Chawanop's profileเด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    January 31

    อยู่ที่ตัวเรานี่แหล่ะ

     
     
    วันนี้ ตอนเช้าต้องไปฟังสัมมนาวิชาการ  เนื่องจากวิชา
    law in every day life ให้ไปฟัง ตอนแรกก็ฟังไปเรื่อยๆไม่ได้คิดอะไร
    พอผ่านหูไปเรื่อยๆ  มันก็เริ่มได้คิดอะไรขึ้นเยอะเลย
     
    มีสมการนึง ที่คุณหมอพรทิพย์พูดขึ้นมา  มันได้คิดอะไรขึ้นเยอะเลย
    Pain = (What it be - What it should be) x Concern
    ความทุกข์ใจ = (สิงที่มันเป็น - สิ่งที่เราหวังให้มันเป็น) x  ความสำคัญที่เราให้กับเรื่องนั้น
     
    ยกตัวอย่างเช่น  เราอกหัก 
    ความทุกข์ใจ = (เขาไม่รักเรา - เขาต้องรักเรา) x  ค่าน้ำหนักที่เราให้
     
    จะเห็นว่า ไอ้ตรง (สิงที่มันเป็น - สิ่งที่เราหวังให้มันเป็น) มันเป็น 0 ไม่ได้หรอก
    เพราะมันต้องไปบังคับคนอื่นด้วย  ซึ่งในความเป็นจริงมันทำไม่ได้
    แล้วทำไงจะให้ความทุกข์ใจเป็น 0 ล่ะ  ดูตรง Concern สิ มันเป็นตัวคูณ
    ถ้ามันเป็น 0 ความทุกข์ใจก็จะเป็น 0 เอง
     
     
    ซึ่งเราทำ Concern ให้มันเป็น 0
    หรือให้มันน้อยๆได้นิ  เพราะเราควบคุมมันได้ 
    ทุกสิ่งทุกอย่าง  ที่เราเสียใจ   ทุกข์ใจ  ล้วนเกิดจากตัวเราเป็นส่วนใหญ่ทั้งสิ้น
    แต่เรามักมองไปหาคนอื่น โทษคนอื่น  ไม่มองที่ตัวเอง  ความคาดหวังยิ่งมาก
    ก็ยิ่งผิดหวังรุนแรง   เราต้องเรียนรู้ ที่จะมีชีวิต อยู่กับความทุกข์ 
    รู้จักมองให้มันเป็นโอกาส  
    มองมุมอื่นๆของมันบ้าง 
     
    เหมือนดอกกุหลาบ ถ้าเราเลือกแต่จะมองที่หนาม  มันก็จะเจ็บปวด
    มีแต่สิ่งทิ่มแทงเรา  แต่แค่เรา กล้าที่จะมองสูงขึ้นไปหน่อย 
    ก็จะเจอส่วนของดอกที่สีสันสวยงาม  น่ามอง  น่าชม  รอเราอยู่  
     มองมุมอื่นให้เป็น  แล้วความเสียใจ  ความทุกข์ใจต่างๆ
    มันก็แค่สิ่งที่ผ่านมา  และกำลังจะผ่านไป ให้เราแข็งแกร่งขึ้น
     
     
    --------------------------------------
     
    ตอนเย็น มีโอกาสไปไหว้พระที่พุทธมณฑลอีกครั้ง  ใจสงบมาก
    เนื่องจากข้อคิดข้างบน   สิ่งที่มันเกิดตอนนี้  มันก็คือเวรกรรม  บาป ต่างๆ
    ที่เราทำไว้ทั้งนั้น  มันกำลังส่งผลอยู่
     
    เราต้องยอมรับมัน   ทำบุญเยอะๆ   และเผชิญหน้ากับมัน
    อย่ามัวแต่ร้องไห้  วิ่งหนีความจริง  มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
    คนข้างหลัง  ที่รักเรา  กำลังเฝ้ามองดูเราอยู่  ถ้าเราท้อ  เขาก็คงจะท้อด้วย
    คนที่รักเรา  "พ่อ"  ที่กำลังต้องการกำลังใจมากที่สุด  คงจะทุกข์ใจมาก
    ถ้าเราเศร้า เสียใจ  
     
    เราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองเท่านั้น    เพราะมีคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อเรา
    เราก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเขาเช่นกัน  และทำให้พวกเขา  ไม่เสียใจ  ที่รักเรา ห่วงเรา
    ธรรมะช่วยได้มากจริงๆนะ   อะไรที่ค้นหาอยู่
    พระพุทธเจ้ามีคำตอบให้ทั้งสิ้น  โชคดีที่มีกัลยาณมิตรดีๆ
    แนะนำให้เข้าวัด  และโชคดี ที่เราก็สนใจเรื่องธรรมะด้วย
    ไม่งั้นเวลานี้  คงจะรู้สึกแย่ยิ่งกว่านี้  คงไม่มีสติ มานั่งพิจารณาอะไร
    ให้เห็นถึงความจริงของชีวิต  ที่พระพุทธเจ้าพร่ำสอน
     
     
    จากนี้ไปอะไรๆ  จะดีขึ้น  หรือแย่ลงก็ตาม  เราจะไม่ท้อไปกว่านี้แล้ว
    จะทำทุกๆอย่างให้ดีที่สุด   แล้วมาคอยดูผลของมันกัน
    เป็นกำลังใจให้บ้างนะ เพื่อนๆ
     
     
     
         ป.ล. เพชร  ภูมิ  ตอง  อ่านแล้ว คงจะรุ้นะว่า สิ่งที่ควรทำคืออะไร  อย่าไปเครียด
    อะไรมากเลย นึกถึงพ่อ แม่ไว้  พวกเมิงพูดอยู่เสมอว่า  เรื่องกูน่าเครียดกว่าพวก
    เมิงเยอะ   อย่าลืมคำนี้นะ  ถ้ากูทำได้ พวกเมิงก้อต้องทำได้  
     
    แล้วปิดเทอมไปเที่ยวกันให้ครบนะ จะรอเจอพวกเมิง
     
     
     
    January 29

    สัมภาษณ์ จัดบูท ตรุษจีน

    เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสที่ผานมา  มีพี่ๆจาก u-channel มาสัมภาษณ์
    เรื่องรางวัล samart innovation  ก็มาสัมภาษณ์กันที่ห้องแล็บ
    ตื่นเต้นดี  พี่เขาบอกหัวข้อ แล้วก็ให้พูดสดเลย   นั่งอยู่กับไก่ที่
    โต๊ะสองคน   มีไมค์เล็กๆติดที่เสื้อ  (ถ้านึกไม่ออก นึกถึงผู้ประกาศข่าว
    อ่ะ อย่างนั้นเลย)   ดำเนินรายการกันเอง  พี่จะคอยนับ 
    5 4 3 2 1 กล้องเดิน  ..... เราก็พูดๆๆๆๆ.....  แล้วพี่ก็จะบอก คัท 
    ก็เลิกเก๊กหน้าได้ 555+
          เดาได้ว่าออกมาต้องตลกแน่ๆเลย   พูดก็ไม่ดี  นึกสดๆ แถมตื่นเต้น
    อีก   แต่ก็เอาเถ๊อะ  ผ่านไปแล้ว  เป็นประสบการณ์แล้วกัน
     
     
    วันต่อไปก็ต้องไปจัดบูทที่งานสู่เส้นทางนักวิจัย    จริงๆอาจารย์ต้อง
    ให้จัดเก้าวัน   แต่เราขอจัดกันแค่วันเดียว   อาจารย์ก็ยอม  ใจดีเจงๆ
    เลยค้าบ    ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี   มีคนมาดูบ้างประปราย    แต่ส่วนใหญ่
    จะเป็นงานวิจัยด้าน  เกษตร ซะมากกว่า
     
    วันต่อมาก็กลับบ้านไปหาพ่อแม่    ก็รู้สึกดีเหมือนกัน  ได้กลับไปอยู่กับพ่อ
    กลับไปถึง  ก็เรียกบอยๆ กันใหญ่  เรียกมาคุยนู่นคุยนี่  ไม่ได้รู้สึกอย่างนี้
    มานานแล้ว   ขนาดตอนนอนก็โม้ๆกัน  จนตีสองยังไม่ได้หลับเลย
     
     
    แล้ววันนี้ก็กลับมากรุงเทพฯ  อีกครั้ง    ชีวิตช่วงนี้ มันเหมือนชีวิตที่ไร้จุด
    มุ่งหมาย    เดินไปตามสิ่งที่ต้องเดิน    ไม่ได้เดินตามทางที่เลือกเดิน
    เหมือนจมอยู่กับอดีตต่างๆ  ที่ย้อนมาให้นึกถึงอยู่เสมอๆ  บางสิ่ง
    บางอย่างก็ยังไม่ชินสักที   ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นยังไง
    ก็คงต้องสู้กันต่อไปละมั๊ง    สักวันคงจะดีขึ้น  ......
    January 24

    วันหนึ่งตอนเย็นๆ ที่พุทธมณฑล(2)

    วันนี้ได้โอกาสไปพุทธมณฑลอีกครั้ง  แต่ไมค่อยได้เดินมาก
    เนื่องจากมีเรื่องนิดหน่อย   ทำให้สายกันมาก  
     
    วันนี้ไม่มีอะไรจะโม้เท่าไหร่   เนื่องจากงานเยอะมาก  สุมๆมาส่งพร้อมกัน
    ต้องรีบไปปั่นแล้ว  เอารูปมาฝากก่อนแล้วกัน
     
    ไว้รอโม้ใน ภาค 3 แล้วกันนะ
     
    ป.ล. ไอ้เพชร คราวหน้าเบี้ยวอีก โดนแน่
    ป.ล. โทรไปคุยกับไอ้ตองกันมั่งนะ  ท่าทางอาการหนัก
    January 23

    ::เท่าเดิม::

     

    : : เท่าเดิม : :

    ฉันรู้ว่าเธอยังห่วงใย ฉันรู้ว่าใจเธอยังสั่น 
    ฉันรู้ว่าเธอไม่ต้องการทำให้เรื่องของเราลงเอยแบบนี้ 
    ถึงแม้มันลำบากใจ เธอก็ต้องไปอยู่ดี 
    วิธีเช็ดน้ำตาที่เธอมี คิดซะว่าจะเจอคนดีกว่าอย่างฉัน 
    ไม่คิดกังวลอะไรเดินไปตามที่เธอฝัน 
    
    ฉันอยู่ตรงนี้ได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน 
    เมื่อก่อนไม่มีใครฉันก็เคยผ่านมา 
    เธอ...พบคนที่ใช่ขอไปดีเถอะหนา 
    อาจเจ็บอีกนานแต่ว่าฉันคงไม่เป็นไร 
    เคยมีตัวคนเดียวก็แค่มีเท่าเดิม ก็แค่ไม่เหลือใคร 
    
    คนเราจะมีสักกี่ครั้ง ได้เดินบนทางที่ตรงใจ 
    เธอจะมาลาแล้วก้าวไปเจอและได้อะไรดีๆ กว่ากัน 
    อย่าคิดกังวลอะไร เดินไปตามที่เธอฝัน 
    
    ฉันอยู่ตรงนี้ได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน 
    เมื่อก่อนไม่มีใครฉันก็เคยผ่านมา 
    เธอ...พบคนที่ใช่ขอไปดีเถอะหนา 
    อาจเจ็บอีกนานแต่ว่าฉันคงไม่เป็นไร 
    เคยมีตัวคนเดียวก็แค่มีเท่าเดิม ก็แค่ไม่เหลือใคร 
    
    เปลี่ยนใจเธอไม่ได้ ไม่ฝืนใจกัน ก็ทิ้งกันไป 
    หากทำใจได้ยาก คงไม่เป็นไร แค่เสียเธอไป 
    
    ฉันอยู่ตรงนี้ได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน 
    เมื่อก่อนไม่มีใครฉันก็เคยผ่านมา 
    เธอ...พบคนที่ใช่ขอไปดีเถอะหนา 
    อาจเจ็บอีกนานแต่ว่าฉันคงไม่เป็นไร 
    เคยมีตัวคนเดียวก็แค่มีเท่าเดิม ก็แค่ไม่เหลือใคร
    
    January 17

    วันหนึ่งตอนเย็นๆ ที่พุทธมณฑล

    เนื่องด้วยวันนี้ ไม่มีเรียน ประกอบกับเพื่อนๆชวนไปเที่ยวพุทธมณฑล ก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ไปหาเพื่อนที่มหาวิทยาลัยมหิดล ตอนบ่าย สาม รวมตัวกันเสร็จก็ประมาณ บ่ายสี่ ก็ไปซื้ออาหารปลากัน แล้วก็เ้ข้าไปในพุทธมณฑล พึ่งเคยมาครั้งแรกเอง บรรยากาศดีมาก ร่มรื่น สงบ กว้างตั้งพันกว่าไร่แน่ะ สุดยอดมาก คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่ได้น๊า

    ไปถึงก็ไปให้อาหารปลากันก่อนเลย ซื้อขนมปังไปสองถุง ปลาตัวใหญ่มากๆ บางตัวจะอ้าปากรอไว้เลย
    เลยกลายเป็นเกมกันไป ว่าใครโยนเข้าปากปลาได้มากที่สุด ซึ่งก็แน่นอนว่า เราโยนไม่เข้้าสักตัวเลย -"-

     

    ให้อาหารปลากันเสร็จแล้ว ก็ไปดูเกาะสุนัข ตอนแรกก็นึกว่า เป็นเกาะที่รูปร่างคล้ายสุนัข แต่จริงๆแล้ว เป็นพื้นที่ ที่เขากั้นไว้ เลี้ยงสุนัขที่ไม่มีเจ้าของโดยเฉพาะเลย เยอะมากๆๆ บางตัวก็สวยดีนะ ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีเจ้าของ

     

    ที่ต่อไป ก็ไปนั่งพักกันริมน้ำ ทานขนมกัน และถ่ายรูป บรรยากาศดีมาก ลมพัดเอื่อยๆ นั่งดูกระแสน้ำไหล เพลินดี เหมือนความวุ่นวายจากโลกภายนอก จะไม่สามารถย่างกรายเ้ข้ามาในบริเวณนี้ได้เลย เหมาะสำหรับนั่งปล่อยใจปล่อยกายไปเรื่อยๆ ไปต้องไปสนความวุ่นวายในชีวิต

     

     

    นั่งพักกันจนพอใจแล้ว ก็ขับรถเที่ยวต่อ ไม่ได้เปิดแอร์นะ เปิดกระจก ลมเย็นดีมากๆ เพื่อนบอกว่า ถ้าเกิดขับรถด้วยความเร็ว 120km/hr แล้วเอามือออกไปสัมผัสลมข้างนอกรถ จะรู้สึกเหมือนได้จับหน้าอกคัพ C ตอนได้ยิน ก็ขำๆ แต่ก็แอบลองเหมือนกัน 555 ความรู้สึกบอกไ่ม่ได้ ไว้ลองดูแล้วกัน ขนาดขับไม่ถึง 120km/hr นะเนี่ย หุๆๆ

    ขับไปเรื่อยๆ ก็ไปจอดแถวๆป่าไผ่ ต้องเดินเข้าไป เอารถเข้าไปไ่ม่ได้ เดินไปเรื่่อยๆ เจอมุมสวยดี ก็เลยถ่ายรูปกัน เจอกระรอกด้วย นึกว่าเพื่อนมันโมซะีอีก แต่ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน หนีเร็วมาก

    ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ได้อารมณ์ดี สักพัก ตำรวจก็มาตามบอกว่า จะปิดแล้ว เสียดายจัง ยังเดินไม่เท่าไหร่เอง อยากไปอีกตั้งหลายส่วน แต่ไม่เปนไร ไว้วันหลังก็แล้วกัน เริ่มเมื่อยแล้วด้วย ก็เดินกลับไปที่รถ โดยเดินไปทางที่มีคนนึง บอกว่าทางลัด แต่จริงๆแล้วโคดอ้อมเลย ลัดตรงไหนฟะเนี่ย หึๆ คงรู้ตัวนะ พอถึงรถ แล้วก็ขับออกไปอีกทางนึง เพราะทางเดิมเขาปิดแล้ว

     

    ก่อนกลับก็แวะไหว้พระกัน พระุพุทธรูปใหญ่มาก เห็นแล้วรู้สึกอยากเข้าไปกราบใกล้ๆทันทีเลย ตอนขึ้นไปจะไปไหว้พระ ก็ไปบริจาคก่อน เราว่าเราหยิบแบงก์ 20 นะ แต่มด กะภูมิบอกว่าแบงก์พัน สุดท้ายเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเราบริจาค ไป 20 บาท หรือว่าหนึ่งพันบาท แต่ไม่เป็นไรหรอก อิอิ ทำบุญไปแล้ว

    บริเวณรอบๆนี้ก็สวยมากเช่นกัน ถ้าขึ้นไปไหว้พระ แล้วมองออกไป จะเป็นวิวที่เป็นมุมกว้างของพุทธมณฑล ซึ่งกว้างมากๆเลย ตอนไหว้พระ ก็อธิษฐานขอให้พ่อหายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆโดยเร็ว พ่อเราจะต้องหาย พอไหว้พระเสร็จ ก็เจอเด็กคนนึง น่ารักมาก ชอบเล่นซ่อนหา อิอิ แถมจำร้องเท้าใครต่อใครแม่นอีกต่างหาก

     

    เสร็จแล้ว ก็มานั่งพัก ริมบ่อปลา คุยกันเล่นๆ สบายๆ เรื่องต่างๆ ได้บรรยากาศดี ปลาที่ตรงนี้ ไม่เหมือนที่ไปให้อาหารปลาตอนแรก ตรงนี้เป็นปลาเล็กๆว่ายกันเป็นฝูงเลย ดูแล้วน่ารักมาก พอได้เวลาก็ไปทานข้าวกันต่อที่เซ็นทรัลฯ

    ตอนไปก็รถติดมากๆเลย หิวก็หิว ก็เลยเลือกไปอีกทาง ซึ่งอาจจะช้ากว่าอีกแหะ แต่สุดท้ายก็ถึงเซ็นทรัลฯจนได้ ร้านที่เลือกก็คือฟูจิ เพราะเพื่อนบางคนมันอยากกิน 555 ทำแก้วแตกด้วย ดีนะเขาไม่คิดเงินเมิง ไม่งั้นได้กินชาเีขียวราคาแพงแน่

     

    ทานเสร็จแล้วก็เดินเที่ยวกันต่ออีกสักพักนึง ทานไอครีมต่อด้วย อร่อยดี เสร็จแล้ว เพื่อนก็มาส่งที่บ้าน

    สรุปแล้ววันนี้สนุกมากเลย ความทุกข์ความเศร้าที่มี หายไปได้เยอะเลย ได้ไปเติมพลัง ได้พักใจ รู้สึกดีขึ้นมาก ขอบใจเพื่อนๆทุกคนมาก แล้วเราจะไปเที่ยวกันอีกนะ คราวนี้คนน้อยไปหน่อย ตอนปิดเทอม คงจะสนุกกว่านี้ แล้วจะรอเวลานั้นนะ

    ป.ล. อย่าไปบอกไอ้ตองนะว้อย ว่าเราไปเที่ยวกัน กูว่มันต้องงอนแน่เลย แต่ถ้ามาอ่านในนี้ ก็โทรไปต่อว่าไอ้ภูมินะ กูกับไอ้เพชร บอกให้โทรไปชวนเมิงแล้ว555

    ป.ล. ไอ้ภูมิเรื่องแ่ข่งบอลพวกกูพูดจริงนะว้อย

    ป.ล. คราวหน้าต้องลากไอ้หยุ่นมาให้ได้ อยากแกล้งมัน อย่าลืมเตือนกูล่ะ เดี๋ยวไซโคมันเอง

    ป.ล. รุปทั้งหมดอยู่ที่ helios นะ

    January 12

    Silver Awards

    เมื่อวาน  มีเหตุให้ต้องสอบ network เช้ากว่าเพื่อนๆ  เพราะตอนบ่ายต้องไปงาน samart innovation นั่นเอง
    เป็นรอบ ที่ประกาศผล และมอบรางวัลแล้ว
     
    ทำข้อสอบ network  เสร็จตอนเที่ยง ก็รีบนั่ง taxi  ไปกับอาจารย์ปรีดา  และไก่   ถึงเร็วกว่าที่คิดเหมือนกัน
    เข้าไปในโรงแรม ก็หรูดี   นานๆจะได้มาที   งานจัดที่ชั้น 29 แน่ะ  สูงสุดของโรงแรมเลย
     
    เข้าไป ก็พบ บูทของตัวเอง อยู่ตรงทางเข้าพอดีเลย  ไก่ก็เลยบอกว่า
     " เนี่ย เขาเรียงตามลำดับรางวัล   ที่หนึ่งอยู่อันแรกสุด   นั่งโม้กันอยู่สองคนตลกดี "
     

    พอลงชื่อ ก็รีบไปจัดที่บูท  เพราะมาช้าสุดเลย   ไม่รู้เขาทำถึงไหนกันบ้างแล้ว
    พอจัดเสร็จ  ก็มีคนมาสนใจ  มาถามบ้างประปราย   แต่รู้สึกว่ายังอธิบายไม่ดีสักเท่าไหร่
    อาจจะเพราะ ที่เราทำกัน  มันยังไม่ถึง  app  จริงๆ  ก็เป็นได้  เพราะที่ทำกันตอนนี้ เป็นแค่การ simulation
    ให้ดู ว่าหลักการที่คิดไว้  มันนำไปทำได้จริงๆ
     
    พอคนเริ่มน้อยๆ  ก็เริ่มเดินแวะเวียนไปดูของทีมอื่นบ้าง  เก่งๆกันทั้งนั้นเลย
    ตอนแรกที่คิดกะไก่  ว่าบูทแรกได้ที่หนึ่ง  อาจจะเป็นบูทแรกที่สุดท้ายก็เป็นได้ 55
    ก็เลยไม่ได้หวังอะไรมากอยู่แล้ว   เพราะคนอื่นเขาออกมาเป็น app. จริงๆกันเลย
    คือพร้อมใช้งาน  พูดง่ายๆ
     

     
    อยู่ที่บูท  หาอะไรทานสักพัก  พิธีก็เริ่ม  ก็ไปนั่งรอประกาศผลกัน  ก็มีพิธีกร (พูดได้ตลกมาก  ต้องลองถามไก่ดู)
    ก็มีประธานบริษัท   คุณเจริญรัฐ วิไลลักษ    และดร.รอม หิรัญพฤกษ์ ผู้อำนวยการ software park  ขึ้นมาพูด
    ก็ได้อะไรเหมือนกัน   และได้รู้ถึงวิสัยทัศน์ของงานในรอบหน้าด้วย    ว่าจะแจก 1,000,000 แน่นอน 
     
    สักพัก ก็ถึงเวลาประกาศผล  เหมือนพิธีกร  หรือว่าคนเตรียมสไลด์ ก็ไม่รู้  ผิดคิว  งานเลยไม่ตื่นเต้นเลย
    เพราะดันบอกก่อนหมดเลย  ว่าใครได้ที่เท่าไหร่บ้าง  ไม่ยอมประกาศทีละทีม
    ก็รู้ว่าตัวเองได้ที่สอง  ก็ดีใจนะ   ทำแค่สองสัปดาห์เอง  อีกทั้งต้องสู้กับโปรเจ็ค จบของพี่ๆปีสี่ทุกคนด้วย
    ซึ่งที่หนึ่ง  ก็เป็นพี่เนยอีกแล้ว   เก่งจัง    แต่ถ้าเราไม่ได้พี่เขาแนะนำเรื่อง symbian ตอนนั้น ก็คงลำบากเหมือนกัน    เพราะตอนเริ่มต้นเป็นขั้นที่ยากมาก  ต้องขอบคุณพี่ด้วยนะคับ 
     
    พอรับรางวัล  ก็คุยกับอาจารย์ปรีดา ถึงแนวทางต่อไปที่จะพัฒนา เพื่อลงแข่งในปี 2006 นี้ ก็พอจับหลักอะไร
    ได้บ้าง  ที่ต้องทำคือ   implement  ระบบ ที่ใช้งานได้จริงๆขึ้นมาตัวนึง   เพื่อให้เขาเห็นเป็นรูปธรรม  ว่าพร้อม
    ใช้งานในตลาดได้จริงๆ
     
     
     
     
     

            
      
                  
     
     
     
    January 09

    ไม่จริงหรอก

    มะเร็งระยะ สาม นี่มันเป็นยังไงหรอ
    รักษาไม่หายเลยงั้นหรือ
    ทำไมหมอต้องบอก ให้เราทำใจด้วย
    ทำไมต้องบอกให้ดูแลพ่อดีๆ 
    พ่ออยากทานอะไรให้หาให้ทาน
    ท่านอยากทำอะไร รีบๆให้ทำ
     
    ทำไมต้องพูดยังงี้ด้วย
    มันต้องรักษาหายสิ  ต้องหายสิ
    พ่อต้องอยู่กับเราไปนานๆ
    แค่โรคมะเร็งเอง
    ต้องหายสิ
     
    พ่อไม่เห็นมีอาการเลย  ออกจะแข็งแรง
    เรายังเรียนไม่จบเลย
    พ่อต้องอยู่รอดูเรารับปริญญาอยู่แล้ว
    ไม่เป็นอย่างที่หมอบอกหรอก
    หมอแค่ขู่เรา
     
    ใช่ไหม
    ใครช่วยบอกที
    บอกทีว่าหมอแค่ขู่เรา
    หมอเขาตรวจผิด  ไม่ได้เป็นอย่างที่หมอบอกหรอก
    ...........
    ..........
    หมดแรง  อยากนอนพัก  ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว