| Chawanop's profileเด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...PhotosBlogLists | Help |
|
October 25 samart boot campกลับมาจาก samart camp ได้สอง สามวันละ
แต่เพิ่งได้มาเขียน
ปีที่แล้วไปกะไก่สองคนเอง ปีนี้ได้นิค กะอาร์มไปด้วย
ก็ค่อยน่าสนุกหน่อย
ไปถึง software park แต่เช้าเลย
ไปถึงคนแรกเลยมั๊ง รถดันไม่ติด ก็นั่งๆๆๆรอ
สักพักคนก็เริ่มมาเยอะ
แล้วเก้าโมงรถก็ออก ถึงที่พักประมาณสิบเอ็ดโมง
คราวนี้ได้นอนห้องเดียวกัน ปีที่แล้วโดนจับแยกหมดเลย
ก้อดีๆ จะได้เม้าท์ๆๆๆ 55
กิจกรรมก็คล้ายๆกับปีที่แล้ว
แต่มีโอกาสได้พบกรรมการ ก้อโอเคขึ้น
พี่อ๋อง ก้อแนะนำอะไรดีๆ เยอะเลย ทำให้มีกำลังใจมาทำต่อ
แต่คงต้องแบ่งเวลาดีๆ ถึงดีมากๆ
เพราะภาระเยอะมากจริงๆๆ
ไปคราวนี้ก้อได้เจอ เพื่อนๆ พี่ๆ ที่เคยเจอที่งานอื่นเหมือนกัน
แต่ก้อจำไม่ค่อยได้ ทั้งๆที่เขาจำเราได้
แหะๆ แอบรู้สึกผิด
แต่เหมือนคราวนี้ ดวงจะไม่ค่อยดี โดนเรียกออกไปทำกิจกรรมตลอดเลย
ตั้งแต่ ออกไปเรียกชื่อเพื่อนๆ ออกไปเต้นเพลงช้าง
โดดเชือก ก็ดันเข่าพลิก โดดไม่ข้ามอีก
แต่ก้อนะ หน้าด้านเข้าไว้ 555+
วันแรก ตอนเย็นๆ พอมีเวลาว่าง ก้อไปขี่จักรยานกันด้วย
ไปกะไก่ อาร์ม นิค เช่าไปชั่วโมงละ 50 บาท
ปั่นไปเกือบสิบโลได้ เหนื่อยมากๆ จะปั่นขึ้นไปชมเขื่อน
ก้อปั่นไม่ไหว หมดแรง แต่ก้อดีละ
ถ้าขึ้นไปคงลงมาไม่ทัน มืดเร็วมาก
วันที่สองก้อไม่มีอาไร ออกไปพรีเซนต์งานนิดหน่อย
บ่ายๆ ก้อได้กลับ ถึงกรุงเทพโดนปลอดภัย
ไปคราวนี้ก้อได้อะไรเยอะๆเหมือนกัน
แต่สิ่งที่ไม่ได้อยากได้ กลับได้กลับมาด้วยนี่สิ
ทำไงดี T_T ว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องอย่างนี้แล้วนะ
ฮึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
October 14 จากวันวาน ถึงวันนี้นับจากเมื่อประมาณสี่เดือนก่อน
ที่เริ่มแสวงหาทางหลุดพ้นอย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่การทำบุญทำทาน
รักษาศีล เพื่อหวังไปสุขคติภูมิหลังความตายมาเยือนเท่านั้น
ผ่านการลองถูกลองผิดมาหลายอย่าง
ทุกๆ สำนัก ต่างก็บอกว่าทางที่สำนักตนสอนนั้น ถูกทาง
ตรงตามหลักสติปัฏฐาน 4 กันทุกสำนัก
ก็รับฟังไว้ทุกทาง ไม่ใช้ความด้อยปัญญาไปตัดสิน
ผ่านการพิจารณาร่างกาย แบบโยนิโสมนสิการ
จนจางคลายในความไม่เที่ยงของร่างกาย
แต่ความจางคลาย อยู่ได้ชั่วคราวเท่านั้น
เมื่อเจอกิเลสแรงๆ ก็กลับไปยึดกับกิเลสแบบเก่าอีก
จนถึงบัดนี้ จึงเข้าใจว่า นั่นเป็นเพราะมันเป็นจินตมยปัญญา
ไม่ใช่ปัญญาจากการปฏิบัติ หรือภาวนามยปัญญา
ปัญญาทุกชนิดมีประโยชน์ในตัวของมันก็จริงอยู่ แต่สุดท้ายแล้ว
ปัญญาที่จะทำให้หลุดพ้นก็ต้องเป็นภาวนามยปัญญาเท่านั้น
จึงเริ่มปฏิบัติแบบกลับมาที่กายที่ใจ
จนวันนึง ขณะที่ไม่ได้ตั้งใจปฏิบัติอะไรเลย
มีเพื่อนได้พูดให้เกิดอารมณ์โกรธขึ้น แต่ทันใดนั้นเอง
แทนที่ความโกรธจะปรุงแต่งต่อไป กลับมีสิ่งหนึ่งขึ้นมา วิ่งมาด้วยความรวดเร็ว
แล้วความโกรธก็ดับไป สิ่งนั้นคือสตินั่นเอง
จากเหตุการณ์นั้น จึงได้เข้าใจ ว่า ถ้าอยากจะพ้นทุกข์ ต้องมาทำที่จิต
คนเราทุกข์ เพราะไม่อยู่กับปัจจุบัน ปล่อยให้ความคิดปรุงแต่ง
ไปกับอนาคต และอดีตตลอดเวลา แล้วก็ไปยึดมันเข้า
คิดถึงอดีตที่ผิดหวังก็ทุกข์ คิดถึงอนาคตที่ยังมาไม่ถึงก็ฟุ้งซ่าน
สติทำให้เรากลับมาอยู่กับปัจจุบัน
แต่ต้องเป็นสติ ที่ประกอบด้วยสัมปชัญญะ คนส่วนใหญ่
มีสติ เช่น อ่านหนังสือ ขับรถ ก็มีสติ
แต่ไม่ประกอบด้วยสัมปชัญญะ คือไม่ประกอบไปด้วยความรู้ตัว
ไม่รู้สึกว่า กาย กับใจเรามีอยู่ ปล่อยให้จิตไหลไปข้างนอก
จนตัวตนเรา เหมือนหายไปจากโลกนี้
จนเรามีสติ สัมปชัญญะเมื่อไหร่
ก็จะเห็นสภาวธรรม ที่เกิด ดับขึ้น
จิตจะคลายจากความยึดเหนี่ยวตามลำดับไปเอง
ณ วันนี้ ได้รู้ และเข้าใจ ถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ประทานไว้ให้แล้ว
ได้เข้าใจ ถึงสิ่งที่ ครูบาอาจารย์ และกัลยาณมิตร ได้พยายามสั่งสอนไว้
แม้จะเป็นเพียง ความเข้าใจขั้นต้น ที่ยังไม่สามารถประหารกิเลสได้สักเท่าไหร่
แต่ถ้าเราเริ่มนับ 1 ถูก ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถึง 2 3 ไม่ใช่หรือ
ดังนั้น จะขอเดินทางไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจบกิจในศาสนานี้
ป.ล. เขียนเรื่องนี้ไว้เตือนสติตัวเอง ให้กลับมาสำรวจความก้าวหน้าในการเดินทาง และไม่เขวจากเป้าหมาย
October 11 ธรรมะสิบห้านาทีเมื่อวานได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนคนนึง
แล้วได้แนะนำถึง หนทางการพ้นทุกข์ หรืออย่างน้อยก็ปิดอบายให้ได้ในชาตินี้ เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์ เลยนำมาไว้ในนี้ เผื่อใครผ่านมาอ่าน แล้วเกิดประโยชน์ ก็ขอให้ผลบุญจากการให้ธรรมทานนี้ ช่วยให้พ่อของผม หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ และดลบันดาลให้ครอบครัว ญาติพี่น้องดวงตาเห็นธรรม เทอญ (0:03) B(~o~)Y : จะทำใ: ที่เมิงบอกว่ากรรมลบไม่ได้ก้อถูก
(0:04) B(~o~)Y : จะทำใ: แต่ต้องเข้าใจว่า ขณะนี้เราอยู่ในกามภพชนิดหนึ่ง คือภพมนุษย์ (0:04) B(~o~)Y : จะทำใ: จิตเราปฏิสนธิในร่างของมนุษย์ (0:04) B(~o~)Y : จะทำใ: เราจะเปลี่ยนภพภูมิอีกทีนึง เมื่อกายนี้ตายลง ตอนนั้นเอง ที่จะตัดสินว่า เราจะไปภพภูมิไหน (0:04) B(~o~)Y : จะทำใ: พูดง่ายๆ ก้อคือ ขณะก่อนตาย จะเป็นตัวตัดสินว่า เราจะไปที่ใด ไม่เกี่ยงว่า ในชาตินี้ เราทำบุญเยอะ หรือทำบาป เยอะแค่ไหน (0:05) B(~o~)Y : จะทำใ: ถ้าจิตก่อนตาย เป็นจิตที่เป็น กุศล จิตดวงนั้น ก็จะมีภพภูมิที่ดี เป็นที่ดึงให้ไปเกาะเกี่ยว หรือกำเนิดใหม่ (0:05) B(~o~)Y : จะทำใ: ในทำนองเดียวกัน (0:05) B(~o~)Y : จะทำใ: ถ้าจิตก่อนตาย เป็นจิตอกุศล จิตดวงนั้น ก็จะมีทุคติ วิบาก เป็นที่ไป เช่น นรก หรือ ภพของ เปรต อสุรกาย เป็นต้น (0:05) B(~o~)Y : จะทำใ: ดังนั้น พูดได้ว่าก่อนตายสำคัญที่สุด (0:06) B(~o~)Y : จะทำใ: แต่ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ ในโลกนี้ถึงตกอบาย กัน มากกว่าขึ้นสวรรค์ (0:06) B(~o~)Y : จะทำใ: ถามว่า ทำอย่างไรดี ให้จิตก่อนตาย เป็นจิตที่ดี เป็นกุศล จะได้นำไป เกิด ใน สุขคติภูมิ (0:07) B(~o~)Y : จะทำใ: อันดับแรก มีกรรมอันนึงที่เรียกว่า อาจิณกรรม (0:07) B(~o~)Y : จะทำใ: หมายถึง กรรมที่เราทำจนเป็นปกตินิสัย เป็นสันดาน เลยพูดง่ายๆ (0:07) B(~o~)Y : จะทำใ: เราต้องพยายาม ทำกรรมดี ให้เป็นอาจิณกรรม ให้จิตผ่องใสเสมอ ถ้าเราทำได้อย่างนี้สม่ำเสมอ ก็เป็นที่อุ่นใจได้ว่า ก่อนตาย (0:08) B(~o~)Y : จะทำใ: จิต จะคุ้นเคยกับสิ่งดีๆ จิตก็จะมีสุขคติภูมิ เป็นที่ไปกำเนิด (0:08) B(~o~)Y : จะทำใ: ดังนั้น ควรหมั่น ปฏิบัติธรรม รักษาศีล ทำทาน (0:08) B(~o~)Y : จะทำใ: คราวนี้ น่าสนใจอีกอย่างว่า คนที่จะไม่มีทางตกอบาย อย่างแน่นอน อันดับแรกคือ คนที่เป็นพระโสดาบันแล้ว (0:08) B(~o~)Y : จะทำใ: สูงกว่านั้นคือ อนาคา สกทา ไม่ต้องพูดนะ ไม่มีทางตกอบาย (0:08) B(~o~)Y : จะทำใ: ทำไมพระโสดาบัน ถึงไม่มีทางตกอบาย และเกิดอีกไม่เกิน เจ็ดชาติ (0:09) B(~o~)Y : จะทำใ: เพราะว่า พระโสดาบัน ละสังโยชน์ สามข้อแรกได้ คือ (0:09) B(~o~)Y : จะทำใ: 1. สักกายทิฏฐิ คือ มีความเห็นถูกต้องว่า ขันธ์ 5 ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีเราในร่างกาย ร่างกายไม่มีเรา (0:10) B(~o~)Y : จะทำใ: 2. วิจิกิจฉา คือ ไม่สงสัยอีกต่อไป ว่าพระพุทธเจ้ามีจริงไหม ธรรมะเป็นของจริงไหม นิพพานมีจริงไหม
(0:11) B(~o~)Y : จะทำใ: เพราะว่า ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง เกิดปัญญาแล้ว จาก ภาวนามยปัญยา ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป ไม่ได้เชื่อแบบงมงายด้วย แต่พบแล้วว่ามันมีจริง โดยเกิดจากการปฏิบัติ (0:11) B(~o~)Y : จะทำใ: 3. สีลัพพตปรามาส คือ ไม่รักษาศีลอย่างงมงาย (0:11) B(~o~)Y : จะทำใ: พระโสดาบัน จะมีศีลห้าเป็นปกติวิสัย ไม่ได้ตั้งใจรักษาศีล แต่ว่า ในเมื่อละความเห็นผิดได้แล้ว ว่ากาย กับ ใจ ไม่ใช่ของเรา
(0:12) B(~o~)Y : จะทำใ: มันก็ไม่มีเครื่องมือ คือ กาย กับใจ ที่จะต้องไปก่อกรรมชั่วอีกต่อไป (0:12) B(~o~)Y : จะทำใ: ดังนั้น ด้วยการที่มีศีล ห้า เป็นปกติวิสัย และละความเข้าใจผิดนี้ได้เอง ทำให้ จิตก่อนตาย ไม่มีทาง ที่จะตกอบายแน่นอน (0:13) B(~o~)Y : จะทำใ: มีแต่สุขคติภูมิเป็นที่ไปเท่านั้น (0:13) B(~o~)Y : จะทำใ: วิธีปฏิบัติให้ เข้าสู่กระแสพระนิพพาน หรือเป็นพระอริยบุคคล อย่างต่ำคือ พระโสดาบัน ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน (0:13) B(~o~)Y : จะทำใ: หรือเกินตัว เกินใจ ที่จะปฏิบัติได้แต่อย่างใด (0:13) B(~o~)Y : จะทำใ: พระพุทธเจ้าได้ประทานวิธีไว้แล้ว อยู่แค่ว่าเราจะยอมศึกษา และปฏิบัติหรือเปล่า (0:14) B(~o~)Y : จะทำใ: อย่างน้อย ถ้าได้ปฏิบัติตามวิธีนี้ ถ้าชาตินี้ ยังไม่อาจะเป็นอริยบุคคลได้ ก็จะปิดอบายได้แน่นอน (0:14) B(~o~)Y : จะทำใ: เพราะวิธีปฏิบัติธรรมนี้ จะอบรม จิต อย่างสม่ำเสมอๆ จนเป็นนิสัย (0:14) B(~o~)Y : จะทำใ: เป็นจิต ที่กล่าวได้ว่า โอกาสไปอบายน้อยมากๆ เพราะได้รับการอบรมดีแล้ว ทั้งยังทำให้เดินทางไปสู่กระแสนิพพานด้วย
(0:15) B(~o~)Y : จะทำใ: เพราะว่า การปฏิบัติ หรือการอบรมจิตใจ นี้ ไม่หายไปไหน ถึงเกิดมาใหม่ สิ่งที่เคยทำไว้ ก็ยังอยู่ (0:15) B(~o~)Y : จะทำใ: ถ้าได้ปฏิบัติ ธรรมอีก มันก็จะไปดึงของเก่าออกมา ( อันนี้ยืนยัน เพราะจากการปฏิบัติแล้ว เห็นว่าดึงของเก่าออกมาได้จริงๆ) (0:15) B(~o~)Y : จะทำใ: ดังนั้น อย่างที่บอกว่า ถ้าเริ่มนับ 1 ถูกแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไปไม่ถึง 2 3 (0:16) B(~o~)Y : จะทำใ: ขอให้เข้าสู่เส้นทางให้ถูกเท่านั้น นิพพานก็จะไปถึงแน่นอน (0:16) B(~o~)Y : จะทำใ: จบละ ป.ล.สิ่งที่ได้สนทนานั้น เกิดจากการสุตตมยปัญญา จินตมยปัญญา และภาวนามยปัญญา
ของตัวข้าพเจ้าเอง หากมีข้อผิดพลาดอันเกิดจากความด้อยปัญญาของข้าพเจ้า
ก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี่ และจักขอบพระคุณยิ่ง ถ้าได้กรุณาแก้ไขให้ข้าพเจ้าด้วย October 05 หนึ่งวันบริเวณสยามวันนี้จริงๆแล้วกะนอนเล่นอยู่กับบ้าน
แต่นิคโทรมาชวนให้ไป ดูที่เรียน toefl ด้วยกัน
ก็เลยไปละกัน สอบเสร็จแล้วยังไม่ได้เที่ยวเลย
ถือว่าไปเที่ยวสยามเลยแล้วกัน
คนร่วมเดินทางก็มี จิง กันย์ แล้วก็นิค
แต่ว่าก่อนที่จะไปดูที่เรียน toefl เราก็ตกลงกันว่า
จะไปทาน เบเกอรี่ บุฟเฟ่ต์ กันก่อน ที่อิเซตัน
คนละ 99 บาท
ข้าวเช้าเราก็เลยไม่ได้ทาน กะไปเอาให้คุ้ม 55
ไปถึงหอนิค สิบครึ่งพอดี ก็นั่งแท็กซี่ ไปลงแถวประตูน้ำ
แล้วก็เดินไปกัน
ไปถึงตอนสิบเอ็ดโมงสี่สิบห้า ก็นั่งรอแปบนึง
เพราะเขาเปิดให้ทานตอนเที่ยง
ระหว่างนั่งรอ ก็เห็นขนมปัง และขนมเค้ก ที่รอให้ตักอย่างน่าทานมาก
ก็ยิ่งทำให้หิวมากขึ้นไปอีก
และแล้ว พนักงานก้อบอกว่า ตักได้แล้วค่ะ ก็ไปจ่ายเงิน
อย่างรวดเร็ว แล้วก็ลุยเลย
ตักกันมาทานอย่างเอร็ดอร่อย
แต่.......
อิ่มเร็วมากๆอ่ะ ทานไม่คุ้มเลย
โดยเฉพาะ ไอ้นิค ไหนบอกจะเอาให้คุ้มไงวะ
ทานน้อยกว่าเพื่อนเลย 55+
ทานกันอยู่ประมาณชั่วโมงนึง ก็อืดไม่ไหวกันแล้ว
ก็เลยพอดีกว่า ก็ออกจากร้าน แล้วก็เดินไปสยามกัน จะได้ย่อย
หลังๆจากนี้ ก็เป็นเรื่องมีสาระแล้ว(มั๊ง) คือไปดูที่เรียน toefl กันที่
kandall กับ kapland ก็คงตัดสินใจเร็วๆนี้ ว่าจะเรียนที่ไหนดี
เดินดูที่เรียนกันเสร็จ ก็ไม่รู้จะทำอะไรดี
ก็เลย เดินๆ หารอบหนังที่พารากอน ก็ปรากฏว่าไม่มี
ก็เลยเดินๆไปเรื่อยๆ ไป สยามดิสฯ ก็ไม่มีอีก
จะร้องเกะ ห้องก้อเต็มอีก
สุดท้ายเลยไปดูหนังกันที่ ลิโด้
เรื่อง world trade center หนังเศร้าเหมือนกัน
ดูแล้วกดดัน โคด แต่ก้โอเคดี ซาบซึ้งดี
ดูหนังกันเสร็จแล้ว ก็เดินๆเล่นกันอีกนิดหน่อย
ก็แยกย้ายกันกลับ
จบข่าว
สำหรับรูปดูได้ด้านล่างนะ |
|
|