Chawanop's profileเด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    February 23

    Bon Anniversaive...

     
    เข้าสู่เทศกาลสอบอีกแล้ว 
    วันนี้พึ่งเคลียร์  งานใหญ่ๆ เสร็จไปงานนึง
    นั่นก็คือ CMMI   จริงๆ เตรียมพรีเซนต์กันเอาไว้ดีมาก
    แต่เนื่องจาก สายต่ออก โปรเจ็คเตอร์  ห่วยมากๆๆๆๆ
    ทำให้ทำอะไรไม่ได้เลย  ที่เตรียมมาก็เลยไม่ได้โชว์
    เซ็งกันหมดเลย  รู้สึกแย่ๆเหมือนกัน
    แต่ก็ผ่านไปแล้ว  ก็จบกันละกัน  อย่าคิดมากเลย
     
     
    ว่าไป ทำไมปีสาม มันเร็วขนาดนี้หนอ  จะขึ้นปีสี่แล้ว
    ยังเคว้งๆอยู่เลย  หาจุดหมายให้ตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะได้เลย
    กลัวการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจัง
    การยอมรับสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา
    เป็นเรื่องที่ยากมากๆ  ที่จะยอมรับว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ
    แต่ก็นี่แหล่ะ  ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็คงไม่ใช่ชีวิตมนุษย์
    ก็ต้องฝึกกันต่อปายยย
    ทำใจกันต่อปายย
     
     
    วันนั้น ไปจัดห้อง  ได้เจอของที่หามานานหลายอย่างเลย
    ที่สำคัญ  เจอเงินที่ซ่อนไว้มานานด้วย 555
     
    สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เจอก็คือ จดหมายเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว
    จดหมายที่เขาส่งมาให้เราตอนวันเกิด  คนที่เราไม่มีทางได้เจออีกแล้ว
     
    พอเปิดอ่าน  เนื้อหาในจดหมาย มีส่วนหนึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส
    ซึ่งเราแปลไม่ออก   ก็ถามเพื่อนตั้งหลายคนว่าใครแปลออกบ้าง
    สุดท้ายก็ได้ไข่  ขอบคุณมากๆเลยยยย
    มันทำให้สิ่งที่ติดค้างในใจเรา  คลายปมไปได้เยอเลยแหล่ะ
     
    เนื้อหามีว่าอย่างนี้
     

    BoY : "Don't go find LOVE, Let LOVE finds you." says:

    Bon Anniversaive

    Je vous souhaite "une bonne et beureuse"

    Je pense a toi tous Les jours

    BoY : "Don't go find LOVE, Let LOVE finds you." says:

    ไข่ ถ้าเจอคนที่แปลได้ ฝากแปลหน่อยสิ

     

    ๐ K ๐ A ๐ II ๐ says:

    Bon anniveraire = Happy Birth day

    ๐ K ๐ A ๐ II ๐ says:

    Je vous souhaite une bonne et heureuse ชั้นขอให้คุณเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ และมีความสุข

    ๐ K ๐ A ๐ II ๐ says:

    Je pense a toi tous Les jours ชั้นคิดถึงเธอทุก ๆ วัน

     

    เป็นคำสั้นๆ แต่อ่านแล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

    ถึงจะไม่มีโอกาสได้เจอแล้วก็ตามเถอะ

    อย่างน้อยก็ยังมีจดหมายฉบับนี้ให้อ่านอยู่ ก็โอเคแหล่ะเนาะ

     

    วันนี้คงจบลงด้วยการไม่ได้อ่านหนังสืออีกตามเคย

    เพราะง่วงมากๆ   คงต้องไปนอนก่อนแล้ว

    ก่อนนอนจะไหว้พระ  แล้วอธิษฐานว่า

    ขอให้ผมได้เจอเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง  และเลือกทางที่ถูกต้องตลอดไปด้วยเทอญ

    จะได้ไม่ต้องคิดมากอีก  เวลาเจอทางให้เลือก

     

    อ่านหนังสือกันบ้างล่ะเพื่อนๆ  ไปแล้วววว

    แล้วจะมาบ่นใหม่.....

     
     
     
    February 19

    หัวใจอีกดวง

     
    ทำไมช่วงนี้มันเหงาอย่างนี้นะ
    เหมือนตัวตนมันหายไป
    และก็หายไปเรื่อยๆเสียด้วย
    จะดึงมันกลับมายังไงดีนะ
     
    หรือว่ามันกำลังวิ่งไปตามหา
    ตัวตนอีกครึ่งหนึ่งอยู่
    หัวใจอีกครึ่งหนึ่งที่ถูกจับไว้แยกกัน
     
    เคยคิดไหมว่า  คนเราเกิดมาพร้อมสิ่งที่
    ประกอบกันเป็นคู่เสมอ
    ตา  หู   มือ ขา แม้แต่ไตยังมีเป็นคู่เลย
    แต่สิ่งที่สำคัญ  ที่ควบคุมชีวิตของเราไว้อย่างหัวใจ
    กลับมีแค่อันเดียว
     
    หรือว่า มันมีไว้เพื่อบังคับ ให้เราตามหาอีกครึ่งหนึ่งให้เจอ
    ดังที่มีคนกล่าวไว้ว่า

    พระเจ้าสร้างคนให้มี 2 ตา 2 ขา และ 2 แขน แต่หัวใจเพียงดวงเดียว
    เพื่อให้พวกเค้าเหล่านั้นได้
    ใช้ 2 ขา ตามหาหัวใจอีกดวง
    ใช้ 2 ตา จับจ้องเจ้าของหัวใจอีกดวง
    และ
    2 แขน โอบกอดเธอคนนั้นเอาไว้
     
     
    แต่.......
    เราจะหามันเจอหรือ  ผ่านมากับกี่คนที่คิดว่าใช่
    สุดท้าย ก็เหมือนคบกันเพื่อเพียงผ่าน
    เพียงเพื่อสร้างความทรงจำไว้  
     
    กับคนบางคนที่เป็นรักแรก  ก็ถูกฟ้าพรากไปก่อนเวลาอันสมควร
     
     
    เราจะมีโอกาสเจออีกครึ่งหนึ่งของเรา
    บ้างไหมนะ  เสียดายเวลา กับการที่ต้องคบกันเพื่อลาจาก
    ขอสักคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไปเถอะนะ
    .............
     
    เพื่อนๆล่ะ  เจอหรือยัง
     
    ..............

    ชื่อเพลง/Title : หัวใจที่หายไป
    อัลบัม/Album :
    ศิลปิน/Artist : ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน
    ให้มือไว้สองมือ
    ให้ตาไว้สองตา
    และก้อสร้างแขนไว้ให้เราคู่หนึ่ง
    แต่ส่วนที่สำคัญกลับมีเพียงข้างนึงนั่นก้อคือใจ
    ที่มันช่างเดียวดาย

    * แต่(ก็)มีหลายคนบอกไว้
    ที่จริงแล้วใจอีกหนึ่งใจ
    ฟ้าก้อสร้างให้เราไว้แต่วางไว้แยกกัน

    ** ให้เราต้องตามหา
    ให้เราต้องมองหา
    ให้เราต้องฟังเสียงอีกหัวใจที่หายไป
    เมื่อไรที่ได้พบ
    ให้เอาทั้งสองมือไปกอดไว้
    แล้วหัวใจที่หายไปก้อจะคู่กัน

    เราเดินมาพบกัน
    ในโลกที่กว้างไกล
    สบตาครั้งใดเราก้อใจสั่น
    แปลกดีที่คุ้นเคยและสิ่งที่เหมือนกัน
    นั่นก้อคือใจที่เราต่างเดียวดาย

    ( * , ** )

    ( *, ** )

    ให้สองเราและสองใจนั้นได้รักกัน

    February 17

    ขอเวลาเราเถอะ

     
    ที่ผ่านมา มักจะชอบคิดว่าตัวเองแกร่งพอ
    มักจะคิดว่า  ตัวเองโตพอ ที่จะรับปัญหาอะไรๆได้แล้ว
    แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่   คนอย่างเรามันก็แค่คนที่ชอบเก็บปัญหาไว้กับตัว
    ชอบคิดอะไรเองคนเดียว
    ไม่ค่อยจะบอกอะไรใคร   จนเพื่อนๆงอน
    ไม่ใช่เราไม่อยากบอกหรอกนะ  แต่ไม่อยากเอาเรื่องรกสมอง
    ไปใส่หัวพวกเมิงต่างหาก  แค่กูรู้ว่าเมิงห่วงกูกูก็ดีใจแล้ว
     
     
    แต่วันนี้ กรูเหนื่อยอีกแล้ว   เบื่อกับชีวิตที่เป็นอย่างนี้
    ชีวิตที่ต้องคิดถึงปัญหาทุกวัน   ทำหน้ายิ้มแย้ม หลอกตัวเองไปเรื่อยๆ
    ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลย    หลอกตัวเอง ว่าเดี๋ยวพุ่งนี้
    ก็ต้องดีขึ้น  วันต่อไปก็ต้องดีขึ้น
    หนีปัญหาไปวันๆ  ไม่ยอมรับความจริง
    อะไรบางอย่าง  ก็ไม่ยอมแก้สักที ปล่อยให้คาราคาซังไปเรื่อยๆ
     
     
    อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่  ทิ้งสิ่งเก่าๆไปให้หมด  
    ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเก่าๆ   ให้เสียใจ
    จะทำได้ไหมนะ ?
     
     
    สุดท้าย  อยากขอโทษทุกๆคน ที่เคยทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ
    และอภัยให้ทุกๆคน  ที่ทำไม่ดีกับเรามา
     
     
    ขอโทษ แจง ที่ทำให้เข้าใจผิด  เรายังเฝ้ามองแจงบนฟ้าตลอดแหล่ะ
    ขอโทษ ยุ้ย  ที่เรายังเด็กเกินไป  ที่จะให้อิสระกับความรัก
    ขอโทษฝ้าย  ที่เราหลอกฝ้าย  เพราะพ่อฝ้ายขอร้องเรานะ  ตอนนี้ที่อังกฤษอากาศเปนไงบ้าง
    ขอโทษปิ๊ก  ที่บอกเราว่าจีบปิ๊กเพราะอยากให้มาแทนใครคนนึง ไม่จริงนะ  ปิ๊กก็คือปิ๊ก
    และขอโทษทุกๆคนอีกครั้ง   กับสิ่งไม่ดีที่เคยทำมา
     
     
    ทุกคนเลิกติดต่อเราได้แล้วแหล่ะ   ขอเราเริ่มต้นชีวิตใหม่เถอะนะ
    ถ้าสักวันนึงเราพร้อม  เราจะติดต่อทุกคนเอง
    อย่าทำดีกับเราอีกเลย   เราไม่คู่ควรขนาดนั้น
    ขอเวลาเราอยู่กับตัวเอง และปัญหารอบตัวเถอะนะ
    อย่าโกรธเราเลย  เข้าใจเราเถอะ  อาจจะดูเห็นแก่ตัวไปบ้าง
    -------------------------------
     
    หวังเพียงว่า  เมื่อหลับตาลงในคืนนี้  ความทรงจำร้ายๆ จะหายไป
    กลายเปนสิ่งที่ว่างเปล่า  เหมือนผ้าขาว ที่พร้อมจะระบายสิ่งสวยงามลงไป
    จะเปนไปได้ไหม   ใครบอกที
    ขอเวลาเราเถอะนะ  ทุกคน
    ......
     
     
     
     
     
     
     
    February 14

    มาฆบูชา + วาเลนไทน์

     
     
    พูดถึงวันมาฆบูชาก่อนแล้วกัน   เมื่อวานก็มีเตะบอลระหว่างภาคกัน
    เตะเสร็จ ก็ประมาณ ห้า โมงกว่าๆ  ที่จริงน่าจะนานกว่านี้อีกหน่อย
    ถ้าไม่เจอ ลูกโทษราคาหนึ่งพันของปิง 555
    เตะเสร็จ ก็ไปกินข้าวกะปิง   แล้วก็มานั่งรอหนุ่ม
    จะไปเวียนเทียนด้วยกัน
    ปรากฏว่าโผล่มาสามทุ่ม  ก็ไม่รู้ว่ายังจะมีเวียนเทียนอยู่ไหม
    ก็เลยเสี่ยงดวง  ลองไปดูละกัน
    อย่างน้อยก็ไปไหว้พระ ไปถึงปรากฏว่า คนเยอะมาก
    เหมือนพึ่งจะทุ่มเดียวเอง  ยังมีคนเดินเวียนเทียนให้เห็นเรื่อยๆ
    ก็วนหาที่จอดรถ  โชคดีมีคนออกพอดี ก็จอดแทนเลย
    แล้วก็เดิน กัน  ของขายเยอะมาก
    ทั้งอาหาร  เครื่องประดับ  รองเท้า ของที่ระลึก
    และที่สำคัญดอกกุหลาบ  ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ได้ซื้อ 555
    ไปถึงบริเวณโบสถ์ ก็ไปเวียนเทียน  จุดโคมประทีปด้วย  ปัญญาจะได้สว่างไสว
    แล้วก็ไหว้พระพุทธรูป   ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ
    แล้วก็เดินเที่ยวอีกรอบ นึง แล้วก็กลับ 
    ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ  สองชั่วโมง  สนุกดีเหมือนกัน  อิ่มบุญด้วย
    คราวหน้าต้องไปให้เร็วกว่านี้หน่อย
     
    ---------------------------------------------------
     
    มาถึงวันนี้ วันวาเลนไทน์  กะลังนอนสบายๆๆ  ไก่โทรมา
    บอกให้ไป มหา'ลัย ไปคุยงานกัน
    ก็โอเค ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เหงา  ก็ขับรถไป
    ปรากฏว่ารถติดมาก สองชั่วโมงแน่ะ กว่าจะถึง
     
    ไปถึงก็นั่งๆคุยๆ  เรื่อยๆ สักสองโมง
    ก็ออกไปเซ็นทรัลฯ ไปดูหนังเรื่อง underworld
    ก็มันส์ดี  แต่ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง เท่าไหร่
     
    ออกมาก็ประมาณห้าโมงแล้ว  ก็มาทานพิซซ่า
    แล้วก็เดินเที่ยวต่ออีกหน่อย  
    เห็นแต่คนเดินถือดอกกุหลาบ ไปเป็นคู่ทั้งนั้นเลย 55
    เห็นแล้วอิจฉา   เดินเล่นสักพักก็กลับ บ้าน  โดยสวัสดิภาพ
     
    ป.ล. ไม่ต้องถามนะว่าไปกะใคร  เดาเอาเอง  5555
    ป.ล. วันนี้คงไม่มีคำคมๆ  หรือเรื่องอะไรมาเล่าให้ฟังเท่าไหร่
     
    ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน  ............
     
     
     
    February 13

    to my first love

     
     
    เธอมาหาเราในฝันเราหรอ
    เธอยังอยู่บนฟ้า  หรือว่าลงมาชมโลกใบนี้แล้ว
     
    ทำไมฝันมันจึงเหมือนความจริงเช่นนี้นะ
    เธอมาย้อนอดีตให้เราดูใช่ไหม
    เราอยากจะบอกว่า  แค่ในความฝัน เราก็มีความสุขมากนะ
    ถึงแม้ เราจะตื่นขึ้นมาพร้อมคราบน้ำตา
    เพราะการจากไปของเธอก็ตาม
     
    แต่เราก็ไม่ได้จมกับความทุกข์นะ  เรายังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ
    เพราะเธอคงไม่อยากเห็นเราเป็นทุกข์
    ตอนนี้เธอจะให้อภัยเราหรือยังนะ
    เธอเข้าใจความจริงแล้วใช่ไหม 
     
    จดหมายที่เราฝากสายลม  กับท้องฟ้า ส่งไปให้เธอ
    เธอคงได้อ่านแล้วสินะ
    ถ้าเธอยังไม่จากไป  ตอนนี้เธอจะสวยแค่ไหนนะ
     
    เธอจะยังอยู่กับเราไหมน๊า  เพราะเธอช่างเหมือนนางฟ้าเหลือเกิน
    เธอเปลี่ยนอะไรๆ เราไปหลายอย่างเลยรู้ไหม
    ทั้งเรื่องรับโทรศัพท์  ที่บอกให้เราพูดว่า "สวัสดีครับ"
    หนังสือ และสารคดี  ที่เธอชอบดู  จนเราชอบไปด้วย
    และอีกหลายๆอย่าง
     
    ทุกวันนี้ เราก็ยังทำเหมือนเดิมอยู่นะ
      ตามสัญญาที่เราเคยให้ไว้ไง
    เธอคงจำได้นะ
     
    เราก็ไม่มีไรจะบอกแล้วนะ  
    แค่อยากให้รับรู้ไว้  ว่าเรายังเหมือนเดิม
    ยังคิดถึงเธออยู่เสมอๆ
     
    ถ้าเธอเหงา  เธอก็มาหาเราในฝันอีกนะ
    ฝากความคิดถึงผ่านสายลมมา
    แล้วเราคงได้คุยกัน
     
    ...my first love...
     
     
     
     
    February 03

    พระโลสกะ

     
    เนื่องจากช่วงนี้หนังสือธรรมะที่บ้านเยอะมาก  เนื่องจากได้รับบริจาค
    เป็นธรรมทาน  จากพี่น้องกัลยาณมิตร  (สาธุ )  ส่วนใหญ่จะเป็นวิธีปฏิบัติ
    ให้ถึง  นิพพาน   แต่คงจะอ่านยากเกินไป  ถ้าจะนำมาเผยแพร่ให้อ่าน
    และคงไม่มีใครมาอ่าน  เลยคิดว่า  จะเอาเรื่องของ บุคคลในชาดก
    ที่พระพุทธเจ้าได้เคยเล่าไว้  แก่คณะสงฆ์ และคนทั่วไป
    มาให้เพื่อนๆได้อ่านกันดีกว่า   โดยเรื่องที่จะนำมาเล่าให้ฟังวันนี้
    เป็นเรื่องของ พระโลสกะ
     
     
    พระโลสกะ
     
    พระโลสกะ เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร   ตอนที่ยังไม่ได้ออกบวช
    เป็นคนยากจนมาก  ไม่มีข้าวทาน  ต้องไปเก็บข้าวตามที่ติดหม้อมาทาน
    พอออกบวชแล้ว  ก็ไม่มีใครใส่บาตรให้   ไม่มีอะไรทานเหมือนเดิม
    ซึ่งที่ไม่มีใครใส่บาตรให้นั้น  เพราะทุกคนะมองเห็นว่าบาตรเต็มแล้ว
    ใส่บาตรเพิ่มไม่ได้  ซึ่งจริงๆบาตรยังว่างเปล่าอยู่เลย
     
    ที่เป็นเช่นนี้เนื่องมาจากกรรมในอดีตชาติของท่าน ดังนี้
    สมัยพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า  (พระพุทธเจ้าองค์ก่อน  ที่จะมาถึง
    พระสมณโคดมของเรา) 
    ตอนนั้นพระโลสกะไปเกิด และได้ออกบวชจนได้เป็นเจ้าอาวาส
    มีกุฎุมพี(คนที่มีฐานะที่คอยอุปัฎฐากภิกษุ) คอยดูแลท่าน
    วันหนึ่งมีพระอรหันต์ผ่านมา กุฎุมพีเห็นแล้วเลื่อมใส่ เลยนำไปฝากไว้ที่วัด
    ตอนเย็นก็มาสนทนาธรรม
     
    ฝ่ายเจ้าอาวาส ไม่รู้ว่าเป็นพระอรหันต์   คิดว่าถ้าพระรูปนี้มาอยู่นานๆเข้า
    ท่าทางเราจะแย่  เพราะคงไม่มีใครสนใจเรา 
    พอตอนเช้าจะออกบิณฑบาต  เจ้าอาวาสก็ไปชวนพระอรหันต์  แต่ว่า
    เพียงเอาหลังเล็บเคาะประตู เป็นเชิงว่าเรียกแล้วนะ  แล้วก็ไปบิณฑบาต
     
    เมื่อไปหากุฎุมพี  กุฎุมพีก็ฝากของดีๆ กลับมาให้พระอรหันต์องค์นั้นด้วย
    เจ้าอาวาสก็คิดว่า  ของดีๆอย่างนี้ถ้านำกลับไปให้  พระรูปนั้นต้องไม่ยอมไปไหนแน่เลย
    ก็เลยนำไปเผาที่ซังข้าว
     
    ฝ่ายพระอรหันต์ท่านได้ล่วงรู้ความคิดของเจ้าอาวาสก่อนแล้ว
    จึงได้ออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว
    เจ้าอาวาสพอกลับมาที่วัด เห็นพระอรหันต์ไม่อยู่  ก็นึกเอะใจ ว่า
    หรือว่าจะเป็นพระอรหันต์   ก็เลยสำนึกผิด ตกใจ  ว่าได้ทำกรรมหนัก
    ไปเสียแล้ว   จากนั้นก็ผ่ายผอมจนกลายเป็นเปรตในร่างคนในที่สุดก็ตายไปเกิดในนรก
    จากนั้นก็เกิดเป็นยักษ์   แล้วก็เป็นหมา  ซึ่งแน่นอนว่า อดอยากมาก ไม่มีอะไรทานเลย
     
     
    พอชาติสุดท้ายก็มาเกิดเป็นพระโลสกะ  ตั้งแต่เกิดมาพ่อแม่ก็จนลง  หมู่บ้านก็จนลง
    พอออกบวช  ก็ไม่มีใครใส่บาตรให้   แต่ท่านก็ตั้งใจบำเพ็ญเพียรจนบรรลุอรหันต์
    ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตท่านแล้ว   พระสารีบุตรทราบเรื่อง  ก็ไปหาอาหาร
    แล้วฝากคนให้นำไปให้พระโลสกะ  แต่ว่าคนที่นำอาหารไป พอไปถึงวัดก็ลืมว่าต้อง
    นำมาให้ใคร   เลยทานเองเลย   พระสารีบุตรก็สลดมาก 
    เลยไปที่วังพระเจ้าปเสนทิโกศล  ได้รับถวายน้ำผึ้ง น้ำอ้อยมาเต็มบาตร
     
    พอกลับมาหาพระโลสกะ  จึงถือบาตร  แล้วตักให้ฉัน เนื่องจากถ้า
    ส่งบาตรให้พระโลสกะ บาตรก็จะว่างเปล่าอีกจากกรรมที่ได้ทำไว้
    พอพระโลสกะ ได้ฉันอิ่มแล้ว   ก็เข้าสู่นิพพานในทันที
    เนื่องจากได้บรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ว
     
          ข้อคิด :  อย่าพึงอิจฉาริษยาใคร  เพราะกรรมที่ได้รับ
    นั้นหนักกว่าที่เราคิดไว้ทีเดียว  โดยเฉพาะถ้ากรรมที่เราทำนั้น
    ทำกรรมอริยบุคคล ผลกรรมจะยิ่งหนักหนาเป็นทวีคูณ
    อย่างพระโลสกะ  ไม่เคยได้ทานอิ่มเลยตลอดชีวิตของท่าน
    ถ้าไม่ได้พระสารีบุตรช่วย ท่านก็จะไม่มีวันได้ทานอิ่มเลย
    เพราะกรรมที่ได้ทำไว้กับพระอรหันต์
     
    หนังสืออ้างอิง : ธรรมะเอกเขนก  (ขวัญ  เพียงหทัย)
     
    ป.ล. ไม่รู้ว่าจะอยากอ่านกันอีกหรือเปล่า   ถ้าอยากอ่าน
    ก็จะมาเขียนให้อ่านเรื่อยๆแล้วกันนะ  บอกด้วยละกัน