Chawanop's profileเด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 27

    Exceed #3

     
    เมื่อวานกลับมาจากค่าย exceed
    จริงๆแล้วรุ่นเราต้องไปค่ายนี้ตอนปีที่แล้ว
    แต่ว่าเรา ไก่ ทอป  ติดธุระกัน จึงไม่ได้ไป
    ทำให้ต้องไปปีนี้แทน  โดยไปกับน้องปี 1 ขึ้น ปี 2
    และมีน้องปี 2 ขึ้นปี 3 ไปเป็นพี่เลี้ยง
     
    ไปถึงวันแรกก็ค่อนข้างน่าเบื่อมาก  เป็นการทำกิจกรรมตามฐานต่างๆ
    เหมือนตอนรับน้อง  ซึ่งพวกเราไม่รู้จักใครเลย
    ทำให้ทำกิจกรรมไม่สนุก  วันแรกผ่านไปอย่างเชื่องช้า
     
     
     

     

    ตอนเย็นพอกิจกรรมจบแล้ว ก็ต้องจัด carnival กัน 

    ก็สนุกดีนะ  คอยเป็นโจรปล้นหัวใจ 55 (อยากรุว่าเปนไง มาถามกันเองละกัน)

    น้องๆผู้หญิงในกลุ่ม ทำบูตได้สวยมากเลย

    แต่ปี 4 อย่างพวกเราสิ 55  ทำอะไรไม่ค่อยได้  

     

        จบจากงาน ก็ถึงเวลานอน

    เนื่องจากถูกแยกกันนอนคนละห้องหมดเลย

    ทำให้หาวิธีที่จะย้ายมาห้องเดียวกัน 

    พอดีที่ห้องไก่ มีเตียงว่างหนึ่งเตียง

    พวกเราก็เลยไปยกฟูกมาอีกหนึ่งอัน  ทำให้ได้นอนห้องเดียวกันจนได้

    แถมที่ห้องนอน ยังมี wireless ด้วย  อะไรๆก็เลยดู ok ขึ้น

    คืนแรก ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี    

     

    วันที่สอง  อะไรๆเริ่มดีขึ้น เนื่องจากได้จับคอมพ์ 

     ก็นั่งเขียนโปรแกรมกันไป เวลาผ่านไปอย่ารวดเร็ว   ได้เตะบอลตอนเย็น   

    กิจวัตรประจำวันเป็นอย่างนี้ไปทุกๆวัน  

     

     จนถึงวันที่ต้องทำโปรเจ็ค  เนื่องจากเขาให้แบ่งกลุ่มละ 12 คน

     แล้วน้องก็มีทางเลือกมาให้พวกเรา คือ แยกไปอยู่กลุ่มอื่น กลุ่มละคน

    หรือว่าจะอยู่กลุ่มเดียวกันเองสามคน   ซึ่งพวกเราก็เลือกอย่างหลัง 

    เกมที่พวกเราเลือกทำ ก็เป็นเกมที่เรากับไก่อยากทำมานานแล้ว

    จึงบังคับทอปให้ทำด้วย  

    และเนื่องจากทำกันแค่สามคนนั่นเอง 

    พร้อมๆกับความที่ถนัด java มากกว่า C#  ก็ทำให้ตอนแรกๆ

    งานเดินไปช้าทีเดียว แต่พอเริ่มชิน  และทำ engine เสร็จ งานก็เดินไปอย่างรวดเร็ว    

     

    จนในที่สุดงานก็เสร็จ  และก็มีจัดบูตแสดงผลงานกัน

    น้องๆก็มาเล่นกันเยอะทีเดียว 

    ใครอยากโหลดเกมที่เล่นก็  ทีนี่ นะ

    ซึ่งต้องใช้ .net framework ด้วย 

    ถ้าโหลดเกมไปแล้วเล่นไม่ได้ ก็ให้โหลด .net framework ด้วย

     

    จบจากนั้น ตอนกลางคืน ก็มีแสดงละครกัน

    น้องๆทำกันได้ดีมากลย  สนุก และตลกมาก 

    ส่วนพวกเราเนื่องจากมีกันอยู่สามคน  ทำให้ไม่รู้จะแสดงอะไรดี

    ก็เลยเล่นกีตาร์ และร้องเพลงก็แล้วกัน

    เพลงที่ร้องกันก็คือ  เพื่อเธอตลอดไป   ก่อน   และกลับมา

    น้องๆก็ร้องตามกัน  รู้สึกดีทีเดียว

     

    ตอนดึกก็มีเปิดฟลอร์ กัน  และก็แยกย้ายกันไปนอน

    คืนสุดท้ายแล้วสินะ   วันต่อไปก็ได้กลับบ้านแล้ว

     

    วันต่อมา ก็ตื่นสายหน่อย  และก็ไปทานข้าว และไปรวมกัน

    มีวิทยากรจาก ซีเกตมาบรรยาย  และมีการมอบใบประกาศ  จากนั้นก้ไปเก็บของ

    แล้วขึ้นรถกลับบ้าน

     

    สำหรับน้องๆ ค่ายนี้คงจะทำให้รู้จักกันมากขึ้น   สนิทสนมกันมากขึ้น

    และรู้จักการทำงานร่วมกัน 

     

    แต่สำหรับเรา  มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก  ได้มองเห็นน้องๆทำงาน

    ซึ่งออกมาดีมากๆๆ   และได้มองเห็นน้องๆ cpe กับ iup

    อยู่ร่วมกันแบบไม่แบ่งแยกเลย  

    (ความรู้สึกของคนแก่หรือเปล่าหว่า)

     

    ตอนก่อนมาค่าย รู้สึกไม่อยากมาเลย

    แต่พอจบจากค่ายแล้ว  ก็รู้สึกคุ้มเหมือนกันนะ

    ทำให้น้องๆได้รู้จักเรากัน  งานbye'nior คงจะไม่เหงา

     

    และก็ค่อนข้างแน่ใจว่า ภาควิชาเรา ต้องเป็นสุดยอด ต่อไปเรื่อยๆแน่

    ก็น้องๆเก่งกันออก ขนาดนั้น  

    คนแก่อย่างเรา ก็จะจบแล้ว  ก็จะไปวางรากฐานที่ทำงานไว้ให้น้องๆแล้วกันนะ

    (ถ้าทำได้ 55)   โชคดีคับน้องๆทุกคน

     

     

    May 19

    ฝีกงานจบแล้ว

     
    ฝึกงานจบลงแล้วในวันนี้
    ได้อะไรเยอะมากจริงๆ กับการฝึกงานครั้งนี้
     
    เรื่องการเดินทาง ทำให้เรารู้จักทางมากขึ้นเยอะเลย
    รู้ว่าบางที การนั่งรถเมล์ ก็สบายกว่าขับรถไปเองตั้งเยอะ 55
    รู้การเดินเท้า จากสยามไป  พันธ์ทิพย์ ว่าเดินยังไง
    ความขี้เกียจในการเดิน น้อยลงเยอะเลย  ทำให้บางทีจะไปไหนเดินได้ก็เดินแล้วกัน
     
     
    เรื่องการทำงาน  ตอนแรกก็ได้ทำ JSP  หลังจากเขียนแต่ PHP มานาน
    ทำให้ไม่แตะภาษาอื่น  สุดท้าย ก็ต้องทำอยู่ดี  แต่ก็ยังดีที่เป็น java
    ก็สำเร็จกันไปได้ด้วยดี  เป็นงานเดียวที่ทำร่วมกับไก่
    ที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันโซโล่เดียวหมด  ไก่ไปทำบน LINUX ต่อซะส่วนใหญ่
     
    ส่วนเราก็ย้าย platform จาก windows เช่นกัน
    มาอยู่บน Symbian OS  หรือ Nokia Series 60
    หลังจากมีความมั่นใจอยู่บ้าง จากการประกวด Samart
    ว่าเราก็พอทำ Symbian ได้แล้ว 
     
    แต่พอเริ่มงานก็ได้ทำ FEP ( Front End Processing ) ทันที
    ซึ่งเป็น architecture หนึ่งของ symbian os ที่จะดัก event key ต่างๆ
    ก่อนที่จะส่งไปถึงตัว application  ใช้ในการพัฒนาการพิมพ์ภาษาต่างๆในมือถือ
    เช่น การพิมพ์ภาษาไทย  ก็เช่นเดียวกัน  หรือ ที่อาจจะเคยได้ยินเรียกกันว่า
    T9  นั่นก็เป็น FEP เช่นเดียวกัน
     
    ก็ท้อๆ ในช่วงแรกๆ ว่าเขาทำกันตั้งหลายเดือน  เราจะทำเสร็จภายในสองสัปดาห์ไหมเนี่ย
    โชคดีที่  มีตัวอย่าง จากทาง Nokia อยู่บ้าง และก็มีพี่เนยให้ถาม
    ก็ทำสำเร็จไปได้ phase นึง  หรือให้ผู้ใช้ทดลองใช้
    และรายงาน bug กลับมาให้เราแก้
    ส่วนบั๊กใหญ่ๆ ที่เป็นปัญหาของ Sybian os v.7.0  เวอร์ชันเดียว คงต้องหาทางแก้ต่อไป
     
    เสร็จจาก FEP  ก้อได้ทำ  DRM   ซึ่งตอนแรกนึกว่าแค่เขียน
    Video Player บนมือถือคงจบ  แต่หลังจากลองทำแล้ว
    ด้วยการ Encryption แบบ AES(Advanced Encryption Standard)
    ปรากฏว่า Performance รับไม่ได้เลย
     
    ทำให้คงต้องลงไปเขียนที่ตัว MMF อีกตามเคย เขียนเปน Plug-in
    ซึ่งยากไม่แพ้ FEP  เผลอๆอาจจะยากกว่า FEP ด้วย เพราะว่าตัวอย่างไม่มีเลย
    ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงทำไม่ได้  คงต้องเริ่มทำจาก เสียงอย่าเดียวก่อน
    เพื่อศึกษาการทำงาน แล้วค่อย adjust ให้เป็น ไฟล์วีดีโอ
     
     
    และต้องมาคิดถึงเรื่องรูปแบบการทำ DRM  การทำ key ด้วย ซึ่งก็นับว่าใหญ่พอสมควร
    ก็คงต้องทำต่อตอนเปิดเทอม
     
     
    จบจากเรื่องงาน ก็ขอพูดถึงพี่ๆบ้างแล้วกัน
    พี่ที่ทำงานก้อมี เริ่มจากใครดีหว่า  เริ่มจากพี่ที่คุยด้วยคนแรก ก็
     
    พี่ก้อย  เป็นพี่ที่ดูแลเรื่องการฝึกงานของเรากับไก่
    พี่ใจดีมากเลย  ตอนแรกจากเกร็งๆ ตอนเข้ามา ทำให้ผ่อนคลายลงไปไดเยอะเลย
    เพราะพี่เป็นกันเองมาก
     
    พี่แก้ว เป็นพี่ที่ดูแลงาน Monitoring อันแรก  ทำให้ได้คุยกันเยอะ
    เลยค่อนข้างสนิทกับพี่   ใจดีมากอีกเช่นกัน  ขอบซื้อขนมมาฝากด้วย 55
    (ถ้า Monitoring มีบั๊ก ไม่ต้องบอกนะค้าบ 555)
     
    พี่น้อย  กับพี่แต้ว  ไม่ค่อยได้คุยด้วยเลย 
    แต่พี่น้อย เปนห่วงถามเรื่องพ่อเราด้วย รู้สึกดีมากเลย
    พี่แต้ว ก็ซื้อ Mr. Bun มาให้เราลองชิม ด้วย  และมีเวบแปลกๆให้เราเข้าเต็มเลย
    เพราะเรานั่งด้านหลังพี่   เห็นพี่เข้าแต่เวบน่าสนใจทั้งนั้นเลย
    (ขอโทดที่แอบมองค้าบ มันอยู่ข้างหน้าง่ะ)
     
    พี่กล้วย กับ พี่ตู่  ก็น่ารักดี   เป็นกันเองมาก   พี่ตู่จะนั่งจองที่ให้ก่อนตลอดเลย
    เวลาไปทานข้าว   พวกผมซื้อก่อนตลอดเลย 55 แอบรู้สึกผิด
    พี่กล้วย  ก็ตลกๆดี   เป็นคนอารมณ์ดี  ยิ้มได้ทั้งวันเลย  ที่สำคัญมาเม้นท์ให้เราด้วย 55
     
    พี่อ้อย  พึ่งจะสมัครมาทำงาน เป็นรุ่นพี่พวกเราเอง
    ก็ได้คุยบ้าง  และก็เป็นที่ปรึกษาให้กะพวกเรา  ในเรื่องวิชาเรียนเทอมหน้า
     
    พี่โน้ต  เป็นพี่ที่ตลกมากๆๆๆๆๆๆ    ตอนแรกๆ จะกลัวๆพี่หน่อย
    แต่พอได้คุยด้วย แล้วพี่โคดขำเลยอ่ะคับ    ไม่มีตอนไหนที่อยู่กับพี่
    แล้วจะไม่มีเรื่องตลกๆเลย  ซีดีของพ่อ คิดได้ไงอ่ะคับ
    55  แซวเล่นนะค้าบ
     
    พี่ปอนด์   ตอนแรกๆ ก็แอบกลัว พี่หน่อยๆ   แต่จริงๆแล้ว พี่ใจดีมากๆ
    พาเรากลับรถตู้ด้วย  ทำให้รู้ทางกลับบ้านขึ้นอีกเยอะเลย  
    แต่ขอโทดนะคับพี่  ที่ผมแก้คอมพ์ให้พี่ไม่ค่อยได้ 555  ก็พี่เจอแต่ปัญหาอะไรไม่รู้อ่ะ
    แปลกโคด
     
    พี่เจ๋ม  เนื่องจากนั่งด้านหลังเรา เลยได้คุยกันบ่อย
    พี่เป็นคนที่แอบ ตลก   ชอบมีมุข  แบบแปลกๆมาเล่นให้ดู
    เช่น   มุขของฝาก ที่จะให้พี่อ้อยอ่ะ  เจ๋งมากเลยพี่ คิดได้ไงอ่ะ
    ที่สำคัญ  ทำให้เราไม่ต้องซื้อบูมเป็นเดือนเลย  ยืมพี่อ่านเอา 55
     
    เพื่อนที่ฝึกงาน ก็มีเฟย  ถึงจะเงียบๆ
    แต่ก็เป็นคนที่ดีนะ    ดีใจที่ได้รู้จักนา  แล้วคุยเอ็มกันนะ
     
     
    ต่อไปนี้คงคิดถึงทุกๆคน  คิดถึงห้องประชุม  ที่ได้รับงาน
    คิดถึง  ขนมที่พี่ๆซื้อมาเลี้ยง   คิดถึง แม็ค (พนักงานน่ารักง่ะ)
    คิดถึงลูกชิ้นข่างล่างสำนักงาน (อร่อยโคด)
    คิดถึงตลาดนัด  คิดถึงข้าวที่ TOT และ SOKO 
    คิดถึงข้าวมันไก่ประตูน้ำ  คิดถึงทุกๆอย่างเลย
     
    สุดท้ายขอขอบคุณทุกๆคนมากเลย ที่ดูแลพวกผมเป็นอย่างดี
    ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ ของชีวิตผมเลยแหล่ะคับ
    หวังว่าพี่ๆ คงจะผูกพันกับพวกผมเหมือนกันนะคับ 
    แล้วคงได้เจอกันอีกค้าบ  
     
    โชคดีทุกคนนะคับ  ;-)
     
     
     
     
    May 11

    เจ้าหญิงก้อนหิน

     
    นานมาแล้ว มีเจ้าหญิงของนครแห่งหนึ่ง
    เป็นผู้ที่ มีความงดงามมาก  หาหญิงใดมาเปรียบไม่ได้
     
    นางจึงเป็นที่หมายปองของเจ้าชายทุกนคร
     
    เจ้าชาย ทุกพระองค์ต่างพยายามเอาใจนาง ทุกอย่าง
    แต่ เจ้าหญิงไม่ได้สนใจใครเลย
     
    ฝ่ายเจ้าชาย เมื่อเห็นเจ้าหญิงไม่สนใจดังนั้น
    ก็ยิ่งเพียร พยายาม จะเอาชนะนางให้ได้
    เนื่องจากต่างเห็นว่า ตนเก่งและสามารถพอ ที่จะได้ครอบครองเจ้าหญิง
     
    วันหนึ่ง พระราชา มีดำรัส ให้เจ้าหญิงเลือกคู่ครองได้แล้ว
    เจ้าหญิงเป็นกังวลมาก  เนื่องจากไม่แน่ใจว่า  สิ่งที่เจ้าชายทุกพระองค์
    ทำกันอยู่นั้น  เพราะรักนางจริง  หรือว่าต้องการเอาชนะนางกันแน่
     
    เจ้าหญิงคิดวิตกมาก  ว่าจะเลือกคู่ครอง ที่รักนางจริงอย่างไรดี
    นางจึงไปขอคำปรึกษาจาก อำมาตย์ผู้มีอาคม คาถา
     
    อำมาตย์จึงเสกให้เจ้าหญิง เป็นก้อนหิน
    และออกประกาศว่า  ใครที่สามารถดูแลก้อนหินนีได้
    จนเจ้าหญิง กลับคืนร่างเดิม  จะได้แต่งงานกับเจ้าหญิง
     
     
    ฝ่ายเจ้าชาย เมื่อได้ยินดังนั้นต่างก็พยายาม  มาดูแลก้อนหิน ด้วยวิธีต่างๆ
    แต่ไม่ว่าทำอย่างไร   ก้อนหิน  ก็ไม่แสดงท่าทีว่าจะกลับมาเป็นเจ้าหญิงเลย
    เจ้าชาย พระองค์แล้ว พระองค์เล่า ต่างพยายามกันองค์ละสองสามวัน แล้วก็ล้มเลิกไป
     
     
    ดูท่าคงจะไม่มีใครรักเจ้าหญิง ที่ตัวตนแท้จริง  ไม่ใช่พระสิริโฉมอันงดงาม
    ไม่มีเจ้าชาย พระองค์ใด ที่จะยอมรอ จนกว่าก้อนหิน จะกลับเป็นเจ้าหญิงดังเดิม
     
    แต่ทว่า มีเจ้าชายพระองค์หนึ่ง  ได้พยายาม ดูแลก้อนหินอย่างดี
    พูดคุย และกอดก้อนหิน ด้วยความรัก  และเอาใจใส่   เหมือนก้อนหิน
    มีเลือดเนื้อจริงๆ   ไม่ใช่เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวไม่ได้อย่างนี้
     
    เมื่อวันเวลาผ่านไป หนึ่งเดือน  สองเดือน  ถึงหนึ่งปี
      เจ้าชายพระองค์นี้ ก็ยังคงดูแลก้อนหินอยู่เช่นเดิม
     
    คนรับใช้นางหนึ่ง  ได้เห็นดังนั้น ก็ถามว่า
     
    "เจ้าชาย ทำไมท่านจึง ทนดูแลก้อนหินได้นานถึงเพียงนี้  ทั้งที่ไม่เห็นวี่แวว
    ว่าจะกลับมาเป็นเจ้าหญิงได้เลย "
     
    "ท่านรักเจ้าหญิงจริงๆ  หรือว่าแค่อยากเอาชนะกันแน่"
     
    เจ้าชายได้ยินดังนั้น จึงตอบว่า
    "เราไม่ได้อยากเอาชนะ   เรารักเจ้าหญิงจริงๆ   เวลาหนึ่งปี สำหรับเรา
    ไม่ได้นานเลย  กับการที่ได้อยู่ใกล้ๆเจ้าหญิงเช่นนี้
    วันหนึ่งความรักของเรา ต้องทำให้เจ้าหญิงกลับคืนสภาพเดิมได้อย่างแน่นอน"
     
    คนรับใช้ได้ยินดังนั้น  จึงถอดหน้ากาก  และเครื่องแต่งกายที่มอมแมมออก
    กลับเป็นเจ้าหญิง ผู้มีพระสิริโฉมงดงาม หาหญิงใดเปรียบไม่ได้ ดังเดิม
     
     
    แท้จริงแล้ว เจ้าหญิงไม่ได้ถูกเสกให้เป็นก้อนหิน
    แต่เป็นอุบายของอำมาตย์  ที่จะหาคนที ไม่ได้แค่อยากจะเอาชนะ  เจ้าหญิง 
    แต่รักเจ้าหญิง ที่ตัวตนจริงๆ
     
     
    ------------------------------
     
    เราแต่งเรื่องนี้ขึ้น  เพื่ออยากจะบอกว่า  การที่เราพยายามจะเอาชนะคนหนึ่ง
    เนื่องจากเขาไม่สนใจเรา    ถ้าเราได้เขามาครอบครอง 
    แล้ววันหนึ่ง เขาเปลี่ยนไปล่ะ  ไม่สวยเหมือนเดิม   แก่ตัวลง
     
    ความรักที่เกิดจากการเอาชนะเช่นนี้ จะยั่งยืนไหม
     
    อยากให้ทุกคนมีความรัก ที่เกิดจากรักตัวตนของอีกฝ่าย อย่างแท้จริงนะครับ
    ไม่ใช่เพียงเพราะอยากเอาชนะ  
    เพราะสุดท้ายคงจะต้องแยกจากกัน....อยู่ดี
     
     
     
    May 04

    หลับตาเถอะนะ แล้วเราก็จะพบกัน

     
     
    หลับตาเถอะนะ แล้วเราก็จะพบกัน อาจเป็นเพียงฝันก็พอใจ 
    หลับตาเถอะนะ ถึงตัวเราจะแสนไกล ห่างกันเพียงไหน เหมือนใกล้กัน
    ชีวิตขีดเส้นทาง ไว้ให้เราเจอกัน ขีดทางที่ผกผัน ให้มีวันห่างไกล
    หลับตานานๆ คิดถึงวันเก่าจะยังมีเราสองคน
    สักวันเถอะนะ แล้วเราคงได้พบกัน อาจมีวันนั้นที่ได้เจอ
    จากกันวันนี้ หัวใจยังอยู่ใกล้เธอ ติดตามไปเสมอ ถึงแสนไกล
    ขอบฟ้าอยู่ไม่ไกล เพราะว่าใจเป็นหนึ่ง และใจนั้นส่งถึง เพราะว่ายังห่วงใย
    หลับตานานๆ คิดถึงวันเก่า จะยังมีเราสองคน
    หลับตาเถอะนะ แล้วเราก็จะพบกัน อาจเป็นเพียงฝัน ก็พอใจ
    หลับตาเถอะนะ ถึงตัวเราอยู่แสนไกล ห่างกันเพียงไหนเหมือนใกล้กัน
    หลับตาเถิดนะเธอ ส่งใจคิดถึงกัน และคงจะไม่นาน ฝันนั้นจะเป็นจริง
     
     
           ได้ยินเพลงนี้ ก็คิดถึงเธอขึ้นมาอีกแล้วน่ะ  เธอไม่ได้มาอยู่ในความฝันของฉัน
    นานเล้วนะ   แวะมาเยี่ยมกันบ้างสิ   เวลาในฝัน จะเป็นของเราสองคนนะ
    อย่าลืมล่ะ   หลับตาพร้อมกัน  แล้วจะพบกัน  สัญญา