Chawanop 的个人资料เด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...照片日志列表 工具 帮助

日志


6月30日

เธอผู้จากไป

 
วันนี้ไปงานซ้อมรับปริญญาเพื่อนๆที่จุฬามา
ทุกคนแม้ไม่ได้เจอกันนานปี ก็ยังจำกันได้อยู่ ดีใจมากๆ
มีคนตะโกนทักเต็มเลย และชื่อที่ทุกคนเรียก ก็ยังคงเป็นชื่อเดิมที่เพื่อนๆตั้งให้
ขอบใจนะ ที่ไม่ลืมชื่อนี้ซะที 5555+
 
แต่ท่ามกลางผู้คนมากมาย และบรรยากาศแห่งความสุขของบัณฑิตจบใหม่
เรากลับนึกถึงคนนึง คนที่ไม่มีโอกาสได้พบเจอแล้ว
ถ้าตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่ ก็คงได้ไปงานรับปริญญาของเธอเช่นกัน
เธอผู้แสนอ่อนหวาน ใจดี และเป็นห่วงทุกๆคน แม้ว่าจะไม่เคยรู้จักกัน
 
เราผ่านผู้คนมาอีกมากมาย จากวันนั้น ถึงวันนี้
แต่ความดี ความน่ารัก และความสดใสของเธอ ยังอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ
ดังเช่นวันนี ที่เสียงมันดังขึ้นมาในหัว ภาพเธอค่อยๆผุดขึ้นมาทีละฉาก
แม้ว่าการปฏิบัติธรรมที่ทำมา จะช่วยให้มีสติ เห็นความคิดที่ค่อยๆผุดขึ้นมา
 
แต่ต่อมาสติก็ไม่มีกำลังพอเสียแล้ว ความคิดที่ขึ้นมามันแรงมาก
และถูกปรุงต่อเป็นอารมณ์ของความเสียใจ
แม้สติจะระลึกได้ว่า ความเสียใจเกิดขึ้นที่จิต แต่ว่าต่อมาก็ได้ไหลรวมไปกับมัน
สติที่ฝึกมา ไม่มีกำลังพอ ที่จะตั้งมั่น เป็นเพียงผู้รู้ ผู้ดู
ความคิดจึงดำเนินต่อไป ภาพที่เกิดขึ้นต่อมาคือ
 
ถ้าวันนั้นย้อนกลับมาใหม่ได้ เราจะบอกเธอไหมนะว่า "เรารักเธอ"
ถ้าต้องรู้ว่า ดินแดนที่เธอจากเมืองไทยไป จะเป็นดินแดนที่พรากเธอไปตลอดกาล
เป็นดินแดนที่เราจะไม่มีวันได้พบกายนี้ของเธออีกในภพชาตินี้
 
แม้รู้ว่า ตอนนี้เธอก็คงอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในวัฏสงสารนี้ก็ตาม
แต่อยากให้เธอ ได้มาอยู่ตรงนี้เหลือเกิน เราคงได้ก้าวไปในทางนี้ด้วยกัน
เสียดาย ที่กรรมได้ตัดรอนชีวิตของเธอไปอย่างรวดเร็ว
 
ณ ตอนนั้นเราเฝ้าถามว่า ทำไมคนดีๆอย่างเธอ ถึงต้องมาจบชีวิตอย่างรวดเร็วเช่นนี้
แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว ว่ากรรมเมื่อสบช่องเมื่อใด จะตามมาตัดรอนชีวิตทันที
กรรมไม่เคยปราณีใคร แต่ผลแห่งกรรมดีที่เธอได้ทำตลอดชีวิตนี้
ต้องช่วยให้เธอไปสู่สุขคติภูมิแน่นอน เราเชื่อเช่นนั้น
 
ต่อมาขากำลังขยับจะเดินไป สติมาระลึกรู้ถึงอาการที่กายเคลื่อนไหวแทน
ทำให้อารมณ์เสียใจ น้อยลงมากพอสมควร และความคิดก็ถูกดับไปชั่วขณะ
ขณะวินาทีต่อมานั้นเอง ก็ได้เห็นภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น
เป็นภาพเธอยิ้มให้ และอนุโมทนาในเส้นทางที่ดำเนินอยู่ ยิ้มของเธอยังอ่อนหวานเช่นเคย
 
ภาพนั้น ได้สร้างรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเราเช่นกัน
แม้รู้ว่าสิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพที่จิตนี้สร้างขึ้นมาเองเท่านั้น 
แต่มันก็ทำให้เรามีกำลังใจ
ถ้าเธอ คุณย่า คุณพ่อ และทุกๆคน ที่เคยร่วมกรรมกันมา
ได้คอยดูเส้นทางนี้ของผมอยู่ ขอให้คุ้มครอง และอนุโมทนากับผมด้วยนะครับ
 
ตอนนี้ผมได้พบผู้คนอีกมากมายเลย
กรรมได้บันดาลมาให้พบเจอกันแล้ว และทุกคนก็มีความเข้าใจในธรรมดีเหลือเกิน
 
ชาตินี้ได้เท่าไหน ไม่เป็นไรครับ จะขอทำความเพียรต่อไปเรื่อยๆ
และหวังว่า ทุกๆคน ที่เราไม่อาจมองเห็นได้ แต่อาจจะเฝ้าดูเราอยู่
จะมีรอยยิ้มขึ้นเกิดขึ้น ดังเช่นที่เธอ และผมกำลังมีนะครับ โดยเฉพาะคุณพ่อ ;-)
 _/|\_
 
6月23日

การปฏิบัติธรรม 1

วันนี้ได้มีโอกาส สอบถามการปฏิบัติจากพี่ทางธรรมท่านหนึ่ง
ได้คลายข้อสงสัยต่างๆนาๆ จึงนำมาบันทึกไว้ เพื่อเป็นแผนที่ไว้ตรวจสอบตัวเอง
และตักเตือนตัวเอง ในยามที่หลงทางด้วย
 
การปฏิบัติในช่วงนี้ดูเหมือนจะได้ผลดี แต่จริงๆแล้ว ยังติดการเพ่ง และบังคับอยู่
รู้แล้ว ไม่รู้แบบสบายๆ  ไม่ใช่การตามรู้จิตใจที่แท้จริง
ยังไปเพ่งจ้อง และสอบถามตัวเองอยู่ว่าขณะนี้รู้สึกยังไง
ทำให้จิตใจแข็งๆทื่อๆ
ทั้งที่จริง ความรู้สึก เป็นปรมัตถธรรม ไม่ต้องมีชื่อเรียก เพียงแค่ระลึกรู้สบายๆ
 
พี่แนะนำว่า ให้รู้ไปแบบสบายๆ  รู้แบบห่างๆ ดูเบาๆ
เราต้องการรู้ธรรมชาติที่แท้จริงของกายและใจที่รวมกันเป็น "บอย"
ดังนั้น ถ้าเราไปดัดแปลง เพ่งจ้องมัน มันก็จะไม่แสดงความเป็นธรรมชาติมาให้ดู
 
เหมือนถ้าต้องการสังเกตพฤติกรรมของเพื่อน
ถ้าเราไปตามจี้ ไปเพ่งจ้อง เพื่อนก็จะกลัวเรารู้สิ่งไม่ดี ทำให้ไม่เป็นธรรมชาติ
แต่ถ้าเราตามดูแบบ สบายๆ แบบห่างๆ เพื่อนก็จะแสดงตัวตนที่แท้จริงมาให้เราเห็น
นี่จึงเป็นการตามรู้ ดูจิตใจที่ถูกต้อง
 
และก็แนะนำว่า ถ้ารู้สึกซึมๆ แข็งๆ ทื่อๆ จากการเพ่งหรือจ้องมัน
ก็ลองเปลี่ยนมาดูกายแทน เช่น ลมหายใจ  การเคลื่อนไหว หรือความรู้สึกที่เท้ากระทบพื้น
ก็จะช่วยได้บ้าง
 
ส่วนเรื่องความคิด พี่เปรียบเทียบเรื่องลูกโป่งให้ฟัง
พอมันคิดๆๆไป ลูกโป่งก็ใหญ่ไปเรื่อยๆ แต่พอเราไปรู้ว่าจิตคิดเมื่อไหร่
ก็เหมือนเราเอาเข็มไปทิ่มลูกโป่ง สิ่งที่เหลือคือไม่มีอะไรเลย
เมื่อเราเห็นความคิด ความคิดก็จะดับไป ไม่เหลืออะไรเลยเช่นกัน
 
ส่วนถ้ามันไม่ดับ ก็ไม่สนใจ คอยรู้มันไป มันจะดับไม่ดับไม่ใช่สิ่งที่เราบังคับได้
เพราะถ้า ความคิดเรื่องนั้นแรงมาก ก็เปรียบเสมือนไฟไหม้ป่า
แล้วสติเรา คือน้ำขันเดียว จะไปดับไฟทั้งป่าก็คงไม่ได้
เราต้องคอยรู้ คอยดูไป เดี๋ยวขันก็จะกลายเป็นโอ่ง เป็นแม่น้ำ ไปเอง
 
พี่ก็ฝากการบ้านไปให้ไปฝึกสองข้อ ให้ลองไปทำดู
ทำแบบไมม่เอาอะไร ทำแบบสบายๆ แล้วมาคุยกันใหม่
ผมจะลองไปปฏิบัติดูนะครับ ขอบคุณพี่มากๆ ที่เมตตาแนะนำน้องคนนี้ครับ
 
6月10日

จาก 21 มาสู่ 22 ปี ที่ดูยาวนานเสียเหลือเกิน

 
วันนี้ 10 มิ.ย. เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุครบ 22 ปีของเรา
ช่วงระหว่างปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวเยอะมากเหลือเกิน
ทั้งเรื่องที่ดี และไม่ดี
มากจนเปลี่ยนชีวิตของเราแบบไม่มีวันหวนกลับไปได้อีก
 
ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
ความรักที่ไม่หวนกลับคืนมา
รวมถึงการที่เรียนจบแล้ว ต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้นกับการทำงาน
 
แต่สิ่งต่างๆก็ล้วนมีเหตุทั้งนั้น ผลจึงตามมา
ทุกอย่างสำหรับเรา จึงเป็นโอกาสของการเรียนรู้
ตอนนี้แม้ว่าภาระหน้าที่จะมากเหลือเกิน จนมีอาการเหนื่อยล้า
ออกมาบ่อยๆ  แต่มันก็เป็นสิ่งที่เรียกว่า "หน้าที่" ที่ต้องกระทำ
เป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบเพื่อคนรอบข้าง
 
อย่างน้อยวิกฤตชีวิต ที่ผ่านๆมา ก็ทำให้เราได้รู้จักคนดีๆเพิ่มขึ้นหลายคน
ทุกๆคน คงไม่ทราบ ว่าเราเคยมีกรรมร่วมกันมาหลายชาตินักนะครับ
ที่เรามาเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ;-)
และที่สำคัญที่สุด อุปสรรคที่ผ่านมา ทำให้ความรู้ ความเข้าใจ
ในทางธรรม ในพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้มีขึ้นอีกหนึ่งระดับ  ได้เข้าใจในธรรมที่ลึกซึ้งขึ้น
ได้เข้าใจความจริงของชีวิต ที่ถูกอวิชชาปกปิดมานานเสียเหลือเกิน
แม้จะยังไม่มากพอ ที่จะทำลายม่านของอวิชชาได้ แต่ก็ขอเดินทางสายนี้
ไปจนกว่า จะตัดภพ ตัดชาติได้นะครับ ที่ทำไป ก็ขอให้เป็น
ปฏิบัติบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาฯ นะครับ
 
สุดท้าย ขอขอบคุณทุกๆคน ที่แสดงความห่วงใย
ถ้าจะกล่าวชื่อ คงไม่หมด  เราจะเข้มแข็ง และตั้งใจในแนวทาง
ที่เราได้เคยบอกกับทุกคนนะครับ
ถ้ามีอะไรให้ช่วย ก็บอกได้เสมอนะ เรายินดีด้วยความเต็มใจ
 
"ขอบคุณจากใจจริง และโชคดี ขอให้ธรรมรักษาทุกคนนะครับ"
 
               ป.ล. เพื่อนๆคับ รับปริญญา วันซ้อมใหญ่ 21 ก.ค. นะครับ วันเสาร์
                                             วันรับจริง   25 ก.ค. นะครับ วันพุธ   ใครว่างวันไหนก็บอกด้วยนะคับ ;-)