| Chawanop 的个人资料เด็กชายบอยตัวกะเปี๊ยกในว...照片日志列表 | 帮助 |
|
8月26日 ขอบคุณที่มีเธอเข้ามาในชีวิตนี้ชีวิตช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้
เป็นช่วงเวลาไม่กี่ช่วง ที่รู้สึกขอบคุณกฏแห่งกรรม และสังสารวัฏที่น่ากลัวอันนี้
ขอบคุณที่ชักนำผู้หญิงคนนึง เข้ามาในชีวิตของเรา
เรารู้จักกันในวันที่ 20 มิถุนายน
วันนี้ผ่านมา 2 เดือนกับอีก 6 วันแล้ว แต่ความเข้าใจ และความรู้สึกที่มีให้กัน
เหมือนผ่านมานับ 20 ปี หรือยาวนานกว่านั้นมากนัก
เธอเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ว่าจะเกิดกับชีวิตของเราได้
เราชอบทุกอย่างเหมือนกัน รู้สึกดีกันตั้งแต่ทักทายกันแค่คำแรก
ที่สำคัญ คือ ความเข้าใจในพระพุทธศาสนา และการปฏิบัติธรรม
เราก็ตรงกันอย่างไม่น่าเชื่อ เธอเปรียบเสมือนความฝันจริงๆ
เราคงเคยทำกรรมร่วมกันมาหลายชาตินัก
และเป็นกรรมในกระแสของความร่มเย็น เป็นการเกื้อหนุนกันไปในทางที่สูงขึ้น
เมื่อมาเจอกัน ถึงได้มีความเข้าใจตรงกัน เป็นสัมมาทิฏฐิ
ศีล ศรัทธา จาคะ ปัญญา เสมอกันอย่างที่ชีวิตนี้คงหาใครไม่ได้อีกแล้ว
สองเดือนที่ผ่านมานี้ สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับชีวิตเรามากเหลือเกิน
เรามีแต่กระแสของความร่มเย็น และความปรารถนาดีให้กัน
เป็นสิ่งที่ไม่ได้สื่อกันด้วยคำพูด แม้ว่าเราไม่เคยเจอกันเลย แต่รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ๆกันตลอด
เธอเป็นของขวัญที่ดีที่สุดเท่าที่จะมีได้ เป็นดังแสงสว่างที่ส่องชีวิตฉัน
เป็นดังไฟที่ให้ความอบอุ่น เป็นดังดอกไม้ที่ให้ความรื่นรมย์
เป็นดังสายฝนให้ความชุ่มเย็นในยามร้อนใจ แต่ ณ วันนี้เป็นวันที่เราทั้งคู่ตัดสินใจแล้ว ว่าจะยุติสิ่งต่างๆลง
ความรู้สึกต่างๆที่มีให้กัน ความรัก ความห่วงใย ความปราถนาดี เป็นสิ่งที่มีให้กันจริงๆ
แต่สิ่งที่จริงกว่านั้น คือ "กิเลส" ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์
เมื่อความคาดหวัง เริ่มมากขึ้น ก็เริ่มมีเค้าของความทุกข์ปรากฏให้เห็น
แม้เราจะตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะขอเป็นกัลยาณมิตร ไม่ยึดติดหรือผูกพันเธอไว้
เกื้อกูลกันไปทางสูง เพื่อถึงจุดหมายสูงสุด คือ "นิพพาน" เท่านั้น
แต่กิเลสย่อมเป็นกิเลส เมื่อมีเหตุ กิเลสก็พร้อมจะเผยตัวออกมาทุกเมื่อ
ความปรารถนาดีด้วยความจริงใจ เริ่มเปลี่ยนเป็นความยึด ความหวง และมีตัวตน
สิ่งที่ทำไปโดยคิดว่าไม่หวังผลตอบแทน จริงๆแล้วกลับมีความคาดหวังแฝงอยู่มากมาย
เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ต่างๆ เริ่มเบนแนวทางออกไป
สัจธรรมย่อมเป็นสัจธรรม ความสุข ความทุกข์ต่างๆ ล้วนไม่เที่ยง
ถึงจุดนี้ เราทั้งคู่ควรจะหยุด ก่อนที่จะถลำกันไปมากกว่านี้ แล้วจะดึงให้ลงต่ำกัน
แทนที่จะดึงขึ้นสูง เพื่อจุดหมายสูงสุด
ตอนนี้จิตใจทุกข์เหลือเกิน แต่พอระลึกรู้ดูมันไป มันก็แสดงความไม่เที่ยงให้เห็น
มีการเปลี่ยนแปลงระดับ ทุกข์มาก ทุกข์น้อย ตามเหตุปัจจัย
นี่เองคือความจริง
ขอบคุณเธอด้วยใจจริง สิ่งใดที่เคยล่วงเกินไป ขอโอกาสอโหสิกรรมไว้ ณ ที่นี้
ขอให้เส้นทางต่อไปนี้ของเรา มั่นคงกันในเส้นทางแห่งธรรม
ขอตั้งอธิษฐาน และสัญญาไว้ในจิตดวงนี้
ถ้าเราเข้าถึงธรรม มีดวงตาเห็นธรรมเมื่อใด ไม่ว่าจะเป็นชาติใดๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
เราจะขอเกื้อกูลเธอ ขอกลับมาชี้แนวทาง จนกว่าเธอจะถึงซึ่งฝั่งพระนิพพานเช่นเดียวกัน
นี่คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะมอบให้ได้
คำพูดสุดท้าย ที่เราได้พูดกับเธอไปในวันนี้คือ
"เรารักเธอนะ"
เราไม่ได้หายไปไหน เราจะยังคงอยู่ข้างๆเธอเสมอ อย่างที่เธอเคยรู้สึก ถ้าตอนไหนเธอคิดถึงเรา ตอนนั้นก็จะมีเราอยู่ข้างๆ ไม่ว่าเราจะอยู่บนโลกนี้ หรือไม่อยู่ ตอนไหนที่ระลึกถึงเราได้ เราก็จะอยู่ตรงนั้น ตลอดไป ขอให้โชคดีครับ เจริญในธรรมตลอดไป
จาก...คนที่เธอเรียกเสมอๆว่า บอยคุง
8月12日 ตอบแทนคุณมารดาบิดา" ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการกระทำตอบแทนไม่ได้ง่ายแก่ ท่านทั้ง ๒ ท่านทั้ง ๒ คือใคร คือ มารดา ๑ บิดา ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุตร พึงประคับประคองมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง พึงประคับประคองบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง เขามีอายุ มีชีวิตอยู่ตลอดร้อยปี และเขาพึงปฏิบัติท่านทั้ง ๒ นั้นด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้ง ๒ นั้น พึงถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะบนบ่าทั้งสองของเขานั่นแหละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย การกระทำอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุตรพึงสถาปนามารดาบิดาในราชสมบัติ อันเป็นอิสราธิปัตย์ ในแผ่นดิน ใหญ่อันมีรตนะ ๗ ประการมากหลายนี้ การกระทำกิจอย่างนั้น ยังไม่ชื่อว่าอัน บุตรทำแล้วหรือทำตอบแทนแล้วแก่มารดาบิดาเลย ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะ มารดาบิดามีอุปการะมาก บำรุงเลี้ยง แสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย " " ส่วนบุตรคนใดยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธา ให้สมาทานตั้งมั่นในศรัทธาสัมปทา ยังมารดา บิดาผู้ทุศีล ให้สมาทานตั้งมั่นในศีลสัมปทา ยังมารดาบิดาผู้มีความตระหนี่ ให้ สมาทานตั้งมั่นในจาคสัมปทา ยังมารดาบิดาทรามปัญญา ให้สมาทานตั้งมั่นใน ปัญญาสัมปทา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล การกระทำอย่างนั้น ย่อมชื่อว่าอันบุตรนั้นทำแล้ว และทำตอบแทนแล้ว แก่มารดาบิดา ฯ "
|
|
|